ปัญหาและอุปสรรคการบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร...

Click here to load reader

Post on 06-Nov-2019

0 views

Category:

Documents

0 download

Embed Size (px)

TRANSCRIPT

  • 127

    ปัญหาและอุปสรรคการบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542*

    LEGAL PROBLEMS AND OBSTACLES ON LAW ENFORCEMENT OF PATTAYA MUNICIPALITY

    ADMINISTRATION B.E. 2542

    จักรกฤษ ซ่อนกลิ่น**Chakkrit Sonklin

    บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัญหาและอุปสรรคการบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542ที่มีบทบัญญัติบางประการไม่เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจการปกครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่กำหนดอำนาจหน้าท่ีของนายกเมืองพัทยาไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542มาตรา48(5) ให้ต้องปฏิบัติหน้าที่อื ่นตามที่คณะรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายหรือตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกเมืองพัทยาหรือนายกเทศมนตรีหรือคณะเทศมนตรี และปัญหาการท่ีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 มาตรา 55ได้กำหนดหลักการแบ่งส่วนราชการของเมืองพัทยาประกอบไปด้วยสำนักปลัดเมืองพัทยาและส่วนราชการอื่นตามที่นายกเมืองพัทยาประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักปลัดเมืองพัทยาและการแบ่งส่วนราชการให้เป็นไปตามท่ีนายกเมืองพัทยาประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทยนอกจากน้ันการที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542มาตรา63ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ให้

    *วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชากฎหมายมหาชนมหาวิทยาลัยศรีปทุมวิทยาเขตชลบุรีปีการศึกษา2555

    **มหาบัณฑิตบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีปทุมวิทยาเขตชลบุรี

    พนักงานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาในการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่จะเข้าไปในอาคารมีหนังสือเรียกบุคคล ยึดหรืออายัดเอกสารหลักฐานและจับกุมผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายหรือข้อบัญญัติเพื่อดำเนินคดีนั้นจากปัญหาข้างต้นเมื่อพิจารณาจากสายการบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ร ัฐมนตรีหรือผู ้ว ่าราชการจังหวัดนั้น ตำแหน่งเหล่านี้เป็นไปตามหลักการรวมอำนาจการปกครองในการที่จะสามารถควบคุมและบังคับบัญชาข้าราชการภายในสังกัดของตนได้ แต่การปกครองเมืองพัทยานั้นมิได้เป็นไปตามหลักการรวมอำนาจการปกครอง แต่เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจการปกครองโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เมืองพัทยามีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ปราศจากการพึ่งพางบประมาณของรัฐที่มุ่งเน้นให้มีการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่นนอกจากนั้น ปัญหาที่ว่าถ้าเมืองพัทยาจะมีการขยายองค์กรของตนให้รองรับกับการทำงานและการบริการประชาชนให้สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงนั้นต้องได้รับความเห็นจากกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นราชการส่วนกลางก่อน กรณีเช่นนี้ก็ยังคงเป็นการควบคุมและบังคับบัญชาจากราชการ

  • 128

    ส่วนกลางอยู่นั่นเอง จึงก่อให้เกิดปัญหาว่ากฎหมายดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา281,282ท่ีมุ่งเน้นให้มีการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น ส่วนอำนาจในการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้นเป็นการทำงานและอำนาจสอบสวนที่ ซ้ ำซ้อนกับพนักงานสอบสวนที่มีอยู่ แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจึงไม่จำเป็นท่ีจะต้องกำหนดอำนาจของตนให้เพิ่มมากขึ้นคำสำคัญ: การบริหารราชการแผ่นดิน, การกระจายอำนาจการปกครอง,เมืองพัทยา

    ABSTRACT This research studied about legal problemsand obstacles on Law Enforcement of PattayaMunicipalityAdministration,B.E.2542.The lawhassomeprovisionsthatdonotcomplywiththeprinciples of administrative power decentrali-zations under the Constitution of Kingdom ofThailand, B.E.2550, determining about theauthorityanddutyofLordMayorofPattayaCityintheActofPattayaMunicipalityAdministration,B.E.2542Section48(5)thattheLordMayorshallperformotherdutyasthecabinet,primeministers,ministers or provincial governors assign or asdeterminedbylawtohavesuchauthorityanddutyofLordMayorofPattayaCityorMayorCouncil.There are problems that the lawof enforcementofPattayaMunicipalityAdministrationB.E.2542Section 55, determined the principle of PattayaCity administrative power decentralizations,consisted of Office of Permanent Secretary ofPattaya City and other government agenciesas announced and determined by Lord Mayorof Pattaya City, by the approval ofMinistry ofInterior.ThedeterminingoftheauthorityanddutyofOfficeofPermanentSecretaryofPattayaCity

    anddecentralizationsofgovernmentserviceshallcomply with the determination of Lord Mayorof Pattaya City, by the approval ofMinistry ofInterior.Furthermore,thelawforenforcementofPattayaMunicipality Administration B.E. 2542,Section 63, determines about the authority andduty so that officers of Pattaya City, under theCriminalProceduralCode,canenteranybuilding,hasalettercallingpersons,seizingorconfiscatingdocuments or evidence and arresting offendersunder the law or provisions for prosecution.From the above problem, the researcherconsideredthatwhentheresearcherthoughtabouthierarchyofPrimeMinister,MinistersorProvincialGovernors, these positions comply with theprinciple of centralization of administration, soleaderscancontrolandcommandofficialsundertheircontrol.PattayaCityadministrationdoesnotcomplywiththeprincipleofcentralization,butitcomplies with the principle of decentralization.ItaimstostrengthenPattayaCitysothatthecitycan relyon its ownwithout relyingon the statebudget that focuses on the decentralization ofpowertolocalgovernment.Furthermore,thereisaproblemthatifPattayaCitywillhaveexpandedPattaya City organization to support the workand public service efficiently and thoroughly,PattayaCitymustreceiveopinionsandcommentsfrom Ministry of Interior which is the centralgovernmentagencyfirst.Inthiscase,thecontroland command is that from central governmentagency. Therefore, it causes problems as suchlawisincontrarytotheprovisionssetforthintheConstitution of the Kingdom of Thailand,B.E.2550, Sections 281 and 282 focusing ondecentralization of administration power tolocal government. Regarding the authority ofofficers under the Criminal Procedural Code,

  • 129

    the researcher analyzed that the work andinvestigation authority are redundant. Investiga-torsexistingundertheCriminalProceduralCodeare not necessary to determine their authorityadditionally.Keywords: administration of the country,administrative power decentralizations, PattayaCity.

    บทนำ การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นการปกครองที่มีแนวคิดทฤษฎีมาจากการกระจายอำนาจทางการปกครองที่ต้องการให้ท้องถิ่นมีความเป็นอิสระในการบริหารงานได้ด้วยตนเอง มีอำนาจในการตัดสินใจการปกครองส่วนท้องถ่ินของประเทศไทยมีความสำคัญมากหลังได้รับผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงเน่ืองมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2540ตามมาตรา78ในเร่ืองของการกระจายอำนาจท่ีกำหนดให้รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในการกระทำกิจกรรมของตนเองเพ่ือประชาชนและชุมชนของตนเอง จึงเป็นที่มาของการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ การบริหารราชการเมืองพัทยาได้มีการนำการปกครองท้องถิ่นที่แตกต่างไปจากการบริหารงานทั่วไปมาใช้ในการปกครองการใช้รูปแบบของเทศบาลรูปแบบสภา และผู้จัดการ (council and managerform) หรือผู้จัดการเทศบาล (city manager) ที่ใช้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้โดยเป็นการนำระบบผู้บริหารเมืองมาใช้กับเมืองพัทยานั่นเอง และเป็นการปกครองเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งการนำการปกครองในรูปแบบพิเศษมาใช้ในท้องถิ่นกับเมืองพัทยาที่มีความสำคัญในด้านการท่องเที่ยวเศรษฐกิจท้องถิ่นอุตสาหกรรมธุรกิจการค้าพาณิชย์ชายฝั่งทะเลตะวันออกท่าเรือตลอดจนการเข้ามาอยู่ของประชากรที่มาอาศัยเป็นจำนวนมากการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษจึงมีการนำมาใช้ที่เมืองพัทยาคือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2521การบริหารเมืองพัทยาในรูปแบบของผู้จัดการ

    เมืองเพื่อแก้ปัญหาของเมืองพัทยา ดำเนินการบริหารเมืองภายใต้นโยบายของสภาท้องถ่ิน และการท่ีผู้จัดการเมืองเข้าทำหน้าที่ในตำแหน่งต้องมาจากการว่าจ้างที่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาจ้าง เพื่อป้องการถูกแทรกแซงทางการเมือง การจัดตั้งเมืองพัทยาตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2521ได้กำหนดให้เมืองพัทยาเป็นราชการส่วนท้องถ่ิน มีฐานะเป็นนิติบุคคล โครงสร้างของเมืองพัทยาประกอบด้วย สภาเมืองพัทยาและปลัดเมืองพัทยาโดยสภาเมืองมาจากการแต่งต้ังจากกระทรวงมหาดไทยและบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆและการเลือกนายกเมืองพัทยาในการทำหน้าที่ประธานสภาเมืองมาจากสมาชิกสภา ส่วนปลัดเมืองพัทยามาจากการที่นายกเมืองพัทยาเสนอชื่ออย่างน้อย2คนแต่ไม่เกิน3คนให้สภาเมืองพัทยาเห็นชอบ ต่อมาหลังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2540 ได้มีการประกาศใช้ ทำให้การปกครองส่วนท้องถ่ินก้าวไปสู่การพัฒนาความเป็นการปกครองท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพราะการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมาขัดต่อหลักการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงจากปัญหาในการกระจายอำนาจของท้องถิ่นทำให้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาได้รับการแก้ไข จนมาเป็นพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ทำให้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 ประสบปัญหาในการบังคับใช้เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือปัญหาอำนาจหน้าท่ีตามกฎหมายเมืองพัทยาท่ีมีอำนาจตามกฎหมายน้อยเกินไป ขาดเอกภาพในการบริหารปัญหาบทบัญญัติตามกฎหมายเมืองพัทยาท่ีไม่ชัดเจนปัญหาอำนาจหน้าท่ีนายกเมืองพัทยาท่ีมากจนเกินไปทำให้การบริหารเป็นไปด้วยความล่าช้า ปัญหาการขาดอำนาจในการบริหารงานของเมืองพัทยา ปัญหาการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นของเมืองพัทยาที่มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ที่พึงได้รับ ปัญหาโครงสร้างของเมืองพัทยาซ่ึงมีจำนวนสมาชิกผู้บริหารน้อยเกินไป

  • 130

    ไม่เพียงพอในการบริหาร ปัญหาการวางระบบผังเมืองปัญหาด้านบทบัญญัติของกฎหมาย ปัญหาการเรียกช่ือนายกเมืองพัทยา และปัญหากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเมืองพัทยาขาดการรวบรวม

    วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาและอุปสรรคการบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542 2.เพื่อศึกษาแนวคิดทฤษฎีและความเป็นมาของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542 3.เพ่ือศึกษากฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับการปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยและต่างประเทศ 4.เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542 5.เพ่ือศึกษาบทสรุปและข้อเสนอแนะเก่ียวกับแนวทางแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542

    สมมติฐานของการวิจัย การที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 มาตรา 48(4) กำหนดให้นายกเมืองพัทยาจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายและมาตรา 55 ได้กำหนดหลักการแบ่งส่วนราชการของเมืองพัทยา ประกอบด้วย สำนักปลัดเมืองพัทยาและส่วนราชการอื่นตามที่นายกเมืองพัทยาประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทยการกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักปลัดเมืองพัทยาและการแบ่งส่วนราชการให้เป็นไปตามที่นายกเมืองพัทยาประกาศกำหนดต้องได้รับความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 281,282 เพราะตำแหน่งเหล่านี้เป็นไปตามหลักการรวมอำนาจการปกครองในการที่จะสามารถควบคุมและบังคับบัญชาข้าราชการภายในสังกัดของตนได้ แต่

    การปกครองเมืองพัทยานั้นมิได้เป็นไปตามหลักการรวมอำนาจการปกครอง แต่เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจการปกครองโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เมืองพัทยามีความเข้มแข็งสามารถพ่ึงพาตนเองได้ ปราศจากการพึ่ งพางบประมาณของรัฐที่มุ่ ง เน้นให้มีการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่นและปัญหาว่าถ้าเมืองพัทยาจะมีการขยายองค์กรของตนให้รองรับกับการทำงานและการบริการประชาชนให้สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นการที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาพ.ศ.2542มาตรา63ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีเมืองพัทยาในการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ จะเข้าไปในอาคารมีหนังสือเรียกบุคคล ยึดหรืออายัดเอกสารหลักฐานและจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายหรือข้อบัญญัติเพ่ือดำเนินคดีน้ันย่อมซ้ำซ้อนกับการทำงานของเจ้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

    ขอบเขตการวิจัย งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบริหารราชการของเมืองพัทยาตามพระราชบัญญัติ ระ เบียบบริหารราชการ เมืองพัทยา พ.ศ. 2542 โดยกำหนดขอบเขตของการศึกษาไว้ในประเด็นอำนาจในการบริหารจัดการองค์กรของนายกเมืองพัทยา การแบ่งส่วนราชการของเมืองพัทยาท่ีต้องอาศัยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทยในฐานะราชการส่วนกลางและอำนาจของเจ้าพนักงานเมืองพัทยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่มีลักษณะการทำงานซ้ำซ้อนกับของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หลังจากนั้นได้ศึกษากฎหมายต่างประเทศที่ เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น การปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช2550ตลอดจนกฎหมายท่ีเก่ียวข้องของไทยและต่างประเทศอื่นๆ

  • 131

    วิธีดำเนินการวิจัย งานวิจัยนี้ใช้รูปแบบการนิพนธ์เชิงเอกสาร(documentary research) โดยการศึกษาวิจัยทฤษฎีแนวคิดของกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินของราชการส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาค นอกจากนั้นยังได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช2550บทบัญญัติกฎหมายหนังสือบทความวารสารวิทยานิพนธ์ข้อมูลทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อินเทอร์เน็ตและงานวิจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

    ผลการวิจัย การกระจายอำนาจปกครองเป็นอีกวิธีหนึ่งในการจัดการปกครองประเทศที่รัฐมอบอำนาจการปกครองบางส่วนให้กับองค์กรอื่นนอกจากองค์กรของส่วนกลางเพื่อจัดทำบริการสาธารณะบางอย่างโดยให้มีความเป็นอิสระในการดำเนินการและไม่อยู่ในการบังคับบัญชาของส่วนกลาง ซึ่งผู้ศึกษาเห็นว่าหากอำนาจหน้าที่ของนายกเมืองพัทยาต้องเป็นไปตามที่มาตรา 48(5) ได้กำหนดไว้แล้วนั้นก็จะเป็นการปกครองแบบรวมอำนาจมิใช่การปกครองแบบกระจายอำนาจ ดังนั้น การกระจายอำนาจจึงต้องมีการจัดตั้งองค์กรปกครองทางเขตแดน เช่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเลือกผู้บริหารมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เป็นอิสระจากส่วนกลางไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของส่วนกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะจัดทำกิจกรรมต่างๆด้วยตนเองและมีงบประมาณของตนเองเพื่อใช้ในการจัดทำกิจกรรมเหล่านั้นหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการกระจายอำนาจโดยมอบบริการสาธารณะอย่างใดอย่างหน่ึงให้องค์การซึ่งมิได้อยู่ในสังกัดของส่วนกลางรับไปจัดทำด้วยเงินทุนและเจ้าหน้าที่ขององค์การ นายก เมื อ งพั ทยามี อำนาจหน้ าที่ ดั งที่ บัญญัติไว้ในมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2552) คือ กำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเมืองพัทยาให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบัญญัติ และนโยบาย สั่งอนุมัติและ

    อนุญาตเก่ียวกับราชการของเมืองพัทยาและวางระเบียบเพื่อให้งานของเมืองพัทยาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นต้นแต่อย่างไรก็ดีมาตรา48(5)ที่กำหนดหน้าที่ของนายกเมืองพัทยาไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2552) ให้ต้องปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามท่ีคณะรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายหรือตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าท่ีของนายกเมืองพัทยาหรือนายกเทศมนตรีหรือคณะเทศมนตรี ซึ่งผู้ศึกษาเห็นว่าเมื่อพิจารณาจากสายการบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดน้ัน ตำแหน่งเหล่าน้ีเป็นไปตามหลักการรวมอำนาจการปกครองในการที่จะสามารถควบคุมและบังคับบัญชาข้าราชการภายในสังกัดของตนได้ แต่การปกครองเมืองพัทยานั้นมิได้เป็นไปตามหลักการรวมอำนาจการปกครอง แต่เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจการปกครองโดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้เมืองพัทยามีความเข้มแข็งสามารถพ่ึงพาตนเองได้ปราศจากการพึ่งพางบประมาณของรัฐที่มุ่งเน้นให้มีการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น ส่วนอำนาจของเจ้าหน้าที่ ในการบริหารราชการของเมืองพัทยาจากบทบัญญัติข้างต้นเป็นการบัญญัติให้หน้าที่กับเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาเท่านั้นแต่มิได้ให้อำนาจตามกฎหมายกำหนดไว้อย่างแท้จริงจนทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบากและอาจจะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้โดยง่ายจึงถือว่าเป็นการทำงานและอำนาจสอบสวนที่ซ้ำซ้อนกับพนักงานสอบสวนที่มีอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกำหนดอำนาจของตนให้เพิ่มมากขึ้นโดยควรจำกัดอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาให้มีลักษณะเป็นพนักงานตามข้อบังคับของเมืองพัทยาก็เพียงพอแล้วเช่นอำนาจในการท่ีจะจับกุมผู้กระทำความผิดในการทิ้งขยะ (ขยะอันตราย ขยะอุตสาหกรรมหรือขยะสารพิษ) ในที่ห้ามทิ้ง เป็นต้นไม่ควรกำหนดให้มีลักษณะกว้างขวางจนเกินไปจนทำให้ไปซ้ำซ้อนกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  • 132

    นอกจากน้ันปัญหาการให้ศาลปกครองมีอำนาจในการจับกุมหรือกักขังตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 43(1) ไว้เช่นเดิมก็ต้องมีการเพิ่มเติมอำนาจของศาลปกครองให้มีอำนาจในการจับกุมหรือกักขังบุคคลได้อย่างชัดเจนตามพระราชบัญญัติจัดตั้ งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 72ในการกำหนดคำบังคับของศาลปกครอง แต่ถ้าจะยกเลิกมาตรการในการจับกุมหรือกักขังก็ควรที่จะยกเลิกมาตรการตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 43(1) ควรยกเลิกมาตรการจับกุมหรือกักขังบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำส่ังของเจ้าหน้าท่ีท้องถ่ิน เพราะถือว่าเป็นมาตรการที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติทางปกครอง เพราะตามทฤษฎีกฎหมายปกครองเป็นการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้มีหน้าที่กระทำการหรือละเว้นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด มิใช่กำหนดให้ประชาชนต้องถูกจำกัดในเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการถูกจับกุมหรือกักขังในการที่ ไม่ปฏิบัติการตามคำสั่ งของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 มาตรา 43(1) นั้น และผู้ศึกษาเห็นว่าควรที่จะต้องมีการยกเลิกเสียเพราะการกำหนดมาตรการไว้ใน มาตรา 43(2) นั้น ในการที่ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถรื้อถอนอาคารดังกล่าวได้เองอยู ่แล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีมีการขัดขวางมิให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามคำสั่ งทางปกครองจนเกิดการทำร้ายร่างกายกันเช่นนี้ก็เป็นเรื่องของมาตรการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอาญาที่ เจ้าหน้าที่สามารถมีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวอยู่ แล้วจึ งไม่มี ความจำเป็นที่จะคงไว้ซึ่งมาตรการในการจับกุมห รื อ กั ก ขั ง บุ ค ค ลที่ ไ ม่ ป ฏิ บั ติ ต า มค ำสั่ ง ข อ งเ จ้ า หน้ า ที่ ท้ อ ง ถิ่ น ใ นก รณี ไ ม่ รื้ อ ถ อนอ าคา รเพราะมาตรการทางปกครองนั้นโดยหลักการแล้ วมุ่ งสู่ การทำให้ ระบบการปกครองของรั ฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายและอยู่ภายในกรอบที่รัฐกำหนดหมายความว่ากฎหมายปกครองมุ่งเน้นให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายนั่นเอง

    ข้อเสนอแนะของการวิจัย 1.ปัญหาโครงสร้างทางกฎหมายขัดต่อทฤษฎีการกระจายอำนาจการปกครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ว่าควรมีการวางระบบกฎหมายให้มีความชัดเจนมากกว่านี้โดยจะต้องเป็นกฎหมายที่ปราศจากการครอบงำจากกระทรวงมหาดไทยในฐานะราชการส่วนกลางโดยต้องยอมรับหลักการนี้อย่างชัดเจนเสียก่อนหลังจากนั้นจึงกำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาตำบลและองค์การบริหารส่ วนตำบลว่าจะมีอำนาจในเร่ืองอะไรบ้าง เช่น การประชุมการบริหารงบประมาณการจ้างบุคลากร การจัดสรรสิ่งสาธารณูปโภค หรือการบริการสาธารณะ เป็นต้น สิ่งที่ต้องมีการกระจายอำนาจประการแรกคือ การประชุมของสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ควรที่จะปราศจากการแทรกแซงจากราชการส่วนกลางโดยอาจจะกำหนดให้มีหน้าที่รายงานแก่ราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคเช่น รายงานต่อนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีเป็นต้น 2.การปฏิรูประบบราชการเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจตามกฎหมาย ควรมีกา รกระจายอำนาจไปตามวิ ถี ทา งที่ ก ำหนดไ ว้ ใ น รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห่ ง ร า ช อ าณ า จั ก ร ไ ท ยพุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้ นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาการกระจายอำนาจตั้งแต่ รัฐธรรมนูญใน พ.ศ.2540 จนถึงรัฐธรรมนูญใน พ.ศ.2550 และปัจจุบัน พ.ศ.2554 เป็นระยะเวลาถึง14 ปีนั้น เห็นว่าประเทศไทยมีการกระจายอำนาจตามระบบโครงสร้างการปกครองแต่ไม่ปรากฏว่ามีการบัญญัติกฎหมายรองรับแต่อย่างใด แม้โครงสร้างทางกฎหมายจะเปล่ียนแปลงไปในรูปแบบของการกระจายอำนาจก็ตาม แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายลำดับรองและข้อบังคับต่าง ๆ ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็นไปตามระบบโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปดังนั้นกฎหมายลำดับรองควรพัฒนาให้มีการกระจายอำนาจด้วยโดยอาจจะต้องยกเลิกบทบัญญัติบางประการที่เป็น

  • 133

    อุปสรรคในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การประชุมสามัญประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบล การเลือกตั้งสมาชิกสภาตำบลอำนาจหน้าที่ของนายกสภาตำบลหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นต้น 3.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการที่จะบริหารราชการเมืองพัทยาต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงและเป็นกลไกให้รัฐจะต้องออกกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว เพราะเมื่อพิจารณาแล้วไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นราชการส่วนกลางจะเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเมืองพัทยาเพราะราชการส่วนกลางย่อมมีอำนาจในการที่จะเข้ามากำกับดูแลมิให้การทำงานของเมืองพัทยาขัดหรือล ะ เ มิ ด ต่ อ กฎหมาย ไ ด้ โ ด ยค ว รน ำหลั ก ก า รประกันคุณภาพที่ราชการส่วนกลางจะเข้ามาตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่นประจำปีมาใช้ในการตรวจสอบการทำงานของเมืองพัทยาเพื่อให้การทำงานอยู่ในกรอบของกฎหมายและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพส่วนปัญหาการท่ีกฎหมายกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีของเมืองพัทยาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิ ธีพิ จารณาความอาญานั้นควรจำกัดอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ เมืองพัทยาให้มีลักษณะ

    เ ป็ นพนั ก ง านตามข้ อบั ง คั บ ขอ ง เ มื อ งพั ทย าก็เพียงพอแล้ว เช่น อำนาจในการที ่จะจับกุมผู้กระทำความผิดในการทิ้งขยะ (ขยะอันตราย ขยะอุตสาหกรรมหรือขยะสารพิษ) ในที่ห้ามทิ้ง เป็นต้นไม่ควรกำหนดให้มีลักษณะกว้างขวางจนเกินไปจนทำให้ไปซ้ำซ้อนกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 4.ปัญหาการให้ศาลปกครองมีอำนาจในการจับกุมหรือกักขังตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522มาตรา43(1)ควรยกเลิกมาตรการจับกุมหรือกักขังเพราะถือว่าเป็นมาตรการท่ีไม่เหมาะสมในการปฏิบัติการทางปกครอง เพราะตามทฤษฎีกฎหมายปกครองเป็นการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้มีหน้าที่กระทำการหรือละเว้นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดมิใช่กำหนดให้ประชาชนต้องถูกจำกัดในเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการถูกจับกุมหรือกักขังในการที่ไม่ปฏิบัติการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา43(1) นั้น ควรที่จะต้องมีการยกเลิกเสีย เพราะการกำหนดมาตรการไว้ใน มาตรา 43(2) นั ้นในการที่ให้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถรื้อถอนอาคารดังกล่าวได้เองอยู ่แล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีมีการขัดขวางมิให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามคำสั่งทางปกครองจนเกิดการทำร้ายร่างกายกันเช่นนี้ก็เป็นเรื่องของมาตรการตามกฎหมายอาญาหรือกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นต้น

  • 134

    เอกสารอ้างอิงโกวิทย์พวงงาม.(2551).การปกครองท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น.กรุงเทพฯ:สถาบันวิถีทรรศน.ธงชัยวงศ์ชัยสุวรรณ.(2551).การปกครองท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา.กรุงเทพฯ:สถาบันวิถีทรรศน์.นันทวัฒน์บรมานันท์.(2552).การปกครองส่วนท้องถิ่น (พิมพ์ครั้งที่5).กรุงเทพฯ:วิญญูชน.ประเวชสิงห์ภูกัน.(2542).ปัญหาหลักเกณฑ์ทางกฎหมายในการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชากฎหมายมหาชน,บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง.มานิตย์จุมปา.(2551).ทฤษฎีและแนวคิด: การปกครองท้องถ่ินกับการบริหารจัดการท้องถ่ิน (ภาคแรก).

    กรุงเทพฯ:คบไฟ._______.(2553).การปกครองส่วนท้องถิ่นกับการบริหารการจัดการท้องถิ่น อีกมิติหนึ่งของ

    อารยธรรมโลกภาคแรก จากยุคกรกถึงยุคทุนนิยมตะวันตก(พิมพ์ครั้งที่2).กรุงเทพฯ:คบไฟ._______.(2553).ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.2550) (พิมพ์ครั้งที่2).กรุงเทพฯ:แอคทีฟพริ้นท์.สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.(2554).รายงานผลการศึกษาฉบับสมบรูณ์ โครงการศึกษาเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ให้มีประสิทธิภาพ

    ในการบริหารจัดการ. กรุงเทพฯ:สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.