บริการสุขภาพแบบไหนค าน า ว ทยาล...

Post on 11-Jan-2020

10 Views

Category:

Documents

0 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

บรการสขภาพแบบไหน : เขาใจความเปนมนษย

พมพครงท 1 มถนายน 2557 จ านวน 100 เลม จดพมพโดย วทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร

ถนนคฑาธร อ าเภอเมอง จงหวดราชบร 7000 โทร 032- 314603

อ านวยการผลต ดร. เพลนตา พรหมบวศร ผอ านวยการวทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร ทปรกษา นายแพทยสรยะ วงศคงคาเทพ ดร. สาลกา เมธนาวน ดร . อลสา ศรเวชสนทร คณะผเขยน อาจารย จรยา อนทนา อาจารย กลยา ศรมหนต อาจารยรงทพย ไชยโยยงยงค

ดร. เยาวลกษณ มบญมาก อาจารยกรรณการ กจนพเกยรต ด าเนนงานโดย ศนยการเรยนรการดแลดวยหวใจความเปนมนษย วทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร

ค าน า

วทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร ในสงกดสถาบนพระบรมราชชนก มหนาทในการผลตบณฑตพยาบาล และพฒนาบคลากร ทางการแพทย และสาธารณสข ใหมสมรรถนะทางวชาชพ มความเขาใจมนษย เขาใจผ ปวยทงในชมชนและสถานพยาบาล สามารถใหการดแลคนทเปนโรคดวยความเขาใจช วตคนอยางแทจรง น าไปสการพฒนาศกยภาพของประชาชนในการพงตนเองดานสขภาพ และพฒนาบรการไดตรงตามความตองการของประชาชน หนงสอ บรการสขภาพแบบไหน : เขาใจความเปนมนษย จดท าขนเพอสรางองคความร และ เผยแพรความร เขยนโดยคณาจารยจากวทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร ซงเกดจากกระบวนการเรยนร วเคราะห สงเคราะห เรยนรจากประสบการณ จากการใหบรการวชาการแกสงคม ในป งบประมาณ 2557 .ในโครงการ “พฒนากระบวนทศนในการบรการดวยห วใจความเปนมนษย รนท 9 และ 10 ” ใหกบบคคลากรสาธารณสข และจากการวจยการสรางโปรแกรมการฝกอบรมเพอการพฒนา กระบวนทศนในการบรการดวยหวใจความเปนมนษย รวมทงจากประสบการณในการจดการเรยนการสอนนกศกษาพยาบาล โดยใชแนวคดสาธารณสขแนวใหม มาตลอดระยะเวลา 9 ป

เนอหาสาระ ในหนงสอเลมนประกอบดวย หนวยท 1 ความเปนจรงของการบรการสขภาพ กบการบรการดวยหวใจความเปนมนษย หนวยท 2 ท าอยางไรผ ใหบรการจะเขาใจ ปญหาทแทจรงของผ รบบรการ และหนวยท 3 แนวทางการสะทอนคด เพอการเขาใจผ รบบรการ ความส าเรจของเอกสารชดน ขอขอบพระคณ ผ ปวยซงเปรยบ เสมอนคณครทใหเรยนรชวต นายแพทยสรยะ วงศคงคาเทพ ผตรวจราชการกระทรวงสาธารณสข ครผ ใหปญญา ดร. เพลนตา พรหมบวศร ผอ านวยการวทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร ผสนบสนนในการท างานและงบประมาณจนส าเรจลลวง ดร.สาลกา เมธนาวน ดร . อลสา ศรเวชสนทร เปนทปรกษา และผ ใหก าลงใจมาตลอด คณะผ เขยนหวงวาผลงานชดนจะเปนประโยชนกบบคลากรสาธารณสข เพอน าไปสการพฒนาการจดการเรยนการสอน และเปนแนวทางในการดแลผ รบบรการสขภาพดวยหวใจความเปนมนษยตอไป

คณะผ เขยน

มถนายน 2557

สารบญ หนา

หนวยท 1 ความเปนจรงของการบรการสขภาพ กบการบรการดวยหวใจความเปนมนษย

1

อ.จรยา อนทนา ดร.เยาวลกษณ มบญมาก

หนวยท 2 ท าอยางไรผ ใหบรการจะเขาใจ ปญหาทแทจรงของผ รบบรการ

12

อ.กลยา ศรมหนต

หนวยท 3 แนวทางการสะทอนคด เพอการเขาใจผ รบบรการ 27 อ.กลยา ศรมหนต อ.รงทพย ไชยโยยงยงค อ.กรรณการ กจนพเกยรต

บรรณานกรม 52

หนวยท 1

ความเปนจรงของการบรการสขภาพ

กบการบรการดวยหวใจความเปนมนษย

อ.จรยา อนทนา

ดร.เยาวลกษณ มบญมาก

การใหบรการดวยหวใจความเปนมนษยเปนการใหบรการ

ทสอดคลองกบบรบทชวต โดยค านงถงเงอนไขขอจ ากด ของ

ผรบบรการผใหบรการตองประยกตใชความรใหสอดคลองกบ

บรบทชวตโดยใหขอมลทางเลอกแกผรบบรการอยางเพยงพอ และ

ดงศกยภาพของผรบบรการมารวมในการตดสนใจและแกปญหา

ใหบรการดวยความเขาใจชวตจรงของผรบบรการบนความแตกตาง

ของแตละบคคล จงจะเปนการบรการแบบองครวม และยดผปวย

เปนศนยกลางอยางแทจรง

บทน า

เมอพดถงค าวา การบรการดวยหวใจความเปนมนษย

เจาหนาทสาธารณสขหลายทานอาจจะมค าถามอยในใจวาแลวทใหการ

บรการทกวนนไมเปนการบรการดวยหวใจความเปนมนษยหรอการบรการ

ดวยหวใจความเปนมนษยคออะไร แลวจะท าอยางไร การท างานของ

เจาหนาทสาธารณสขหรอผใหบรการเปนการท างานกบคนทมชวต ม กาย

จตใจ อารมณ สงคม จตวญญาณ ชวตทตองมการด ารงชพ ท ามาหากน

มครอบครวและสงคมทอยรอบขางเปนชวตทตองมภาระรบผดชอบ ช วต

ทมทงความทกข ความสข และทส าคญเปนชวตทมโรคอยดวย ดงนน เขา

จงตองคดทกเรองในชวต วาเขาจะใชชวตอยางไรใหอยกบโลกทตองมการ

ด ารงชพ และอยกบโรคทเปนการเจบปวยใหได เขาตองแกปญหาและใช

ชวตอยใหไดตามสภาพความเปนจรงเข าตองคดอะไรจะเหมาะสมและ

พอดกบชวตตนเองภายใตเงอนไขขอจ ากดของชวตซงการตดสนใจและท า

สงตางๆตาม มาตรฐานชวตของตนเอง มหลายๆเรองของเขาซงเรามกไม

เขาใจ เพราะเรามกคดและตดสนเขาบนความคดของเรา โดยใช

มาตรฐานวชาการตามกรอบความคดของเรา เมอไหรทเขาท าไมเหมอน

ทเราใหค าแนะน า หรอตามวชาความรทเรยนมา เรากมองวาไมถกตองไม

เหมาะสม ซงเปนการคดคนละฐานความคดและคนละมมมอง ซงเปน

ชองวางทเกดขน ระหวางผใหบรการกบผรบบรการ

การใหบรการดวยหวใจความเปนมนษยเปนการใหบรการ ท

สอดคลองกบบรบทชวต โดยค านงถงเ งอนไขขอจ ากด ของผรบบรการ ผ

ใหบรการตองประยกตใชความรให

สอดคลองกบบรบทชวตโดยให

ขอมลทางเลอกแกผรบบรการอยาง

เพยงพอ และดงศกยภาพของผรบ

บรการมารวมในการตดสนใจและ

แกปญหา ใหบรการดวยความ

เขา ใจชวตจรงของผรบบรการบน

ความแตกตางของแตละบคคล จง

จะเปนการบรการแบบองครวม และ

ยดผปวยเปนศนยกลางอยางแทจรง

เพราะชวตของ

ชาวบาน เขาคด

ทกอยางแบบองครวม

เขาคดมากกวาเรอง

สขภาพกบความ

เจบปวย เขาคดเรอง

การด ารงชพ ความ

เปนอย การท ามาหา

กน และเงอนไข

ขอจ ากด

การบรการองครวมเปนบรการทสนองความตองการของ

ประชาชน ขณะเดยวกนตองเขาใจเปาหมายการพฒนาสขภาพทมดลย

ภาพทพอดกบชวตของประชาชนแตละคน ดงนนผใหบรการจงตองใหการ

ดแลแบบเชอมมตของความเปนคน ตองเขาใจชวตประชาชน ตองมองเหน

ชวตจรงในโลกของเขาวาเปนอยางไร เพราะชวตของประชาชนเขาคดทก

อยางแบบองครวม เขาคดมากกวาเรองสขภาพกบความเจบปวย เขาคด

เรองการด ารงชพ ความเปนอย การท ามาหากน และเงอนไข ขอจ ากด

ตางๆ รวมทงศกยภาพของตนเอง ถาเจาหนาทเขาใจประชาชนเหมอนท

เขาคด เรากจะเขาใจความตองการของประชาชน แลวจะประยกต

บรการใหสอดคลองกบวถชวตของเขาได

เปาหมายของการใหบรการสขภาพคอกา รท าใหประชาชน

พงตนเองและพงบรการอยางสมดล การท างานใหประชาชน

พงตนเองไดนนเจาหนาทสาธารณสขหรอผใหบรการตองท างาน

แบบเขาใจ เหนคณคาและความหมายของชวต ตองเขาใจชวต

และสขภาพทมความสมพนธเชอมโยงกน สขภาพในความหมาย

ของแตละบคคลทมความแตกตางกนขนอยกบบรบท

ทผานเราใหการบรการเปนอยางไร

เราเขาถงปญหาและความตองการของผ ปวย

ทแทจรงแคไหน

ปรากฏการณทเกดขนกบสภาพการท างานบรการสขภาพของ

เจาหนาทสาธารณสข ทพบเหนไดทวไป ถาเราคดและมองยอนกลบเขาไป

ในบรการสขภาพ ดวยความเขาใจชวตของผรบบรการ เราจะมองเหนการ

ไมเขาใจอะไรหลายอยาง ความไมเขาใจระหวางผใหบรการ กบ

ผรบบรการ ซงมทงขอขดแยง และความเปนตวตนของผใหบรการ

เหตการณทเกดขน เปนจดออน และเปนอปสรรค ในการใหการบรการ

สขภาพ ท าใหไมสนองความตองการของผรบบรการ

การใหบรการดวยหวใจความเปนมนษย

จะเกดขนไดอยางไรและจะเกดผลลพธอยางไร

บคลากรสาธารณสขเปนบคคลทตองท างานกบชวตคนทมความ

หลากหลายเปนพลวตเปลยนแปลงไปตามบร บททเกยวของ บคลากร

สาธารณสขจงจ าเปนตองเขาใจชวต เขาใจปญหาตามมมมองของ

ชาวบาน เขาใจเงอนไข ขอจ ากด และสงทมความหมายในชวตของเขาให

มากทสด เพราะจดหมายปลายทางในการท างานคอประชาชน ตองคด

วาเขาจะไดอะไรจากเรา ซงอาจตางไปจากเดมทย ดเปาหมายและ

กจกรรมทตวเราเปนผก าหนด เพราะเชอวาความคดของเรานนถกตองเปน

ทยอมรบ เปนความคดทมาจากฐานความรเชงวชาการ ความรทเปน

ปจจยหลกในการแกปญหา การดแลสขภาพจงยดตวเรา (บคคลากร

สาธารณสข)เปนศนยกลาง แมจะมการปลกฝงแบบแผนก ารพยาบาลท

เตมเปยมดวยความดงาม ความรก ความเมตตา กรณา แตถาเราเนนท

ความรก ความเมตตา กรณา เราคงชวยผรบบรการเพยงระดบหนง

เทานน แตยงชวยไมถงทสด เพราะยงมกรอบของการชวยเหลอ ทยงอย

บนพนฐานความรเชงวชาการเทานน ยงไมร วาผรบบรการมปญหาและ

ความตองการอยางไร มแตความอยากชวยดวยเจตนาทด ตวอยางทเหน

บอยๆ เชนการใหค าแนะน าในการปฏบตตวแกคนไขดวยจตใจทปรารถนา

ด อยากใหปลอดภยจากโรคและภาวะ แทรกซอน แตค าแนะน าเหลานน

กลบเปนค าแนะน าทมาจากความคด และค วามรทางวชาการเพยงดาน

เดยว ไมไดตงตนจากความเขาใจผปวยกอน ดงนน ผลลพธทเกดแทนท

จะชวยแกปญหาใหผปวยกลบกลายเปนค าแนะน าทไมมประโยชนเพราะ

เขาไมสามารถปฏบตได และบางเรองกลบท าใหมความทกขเพมขนอก

ดงนนการพยาบาลจงหยดแค ความเมตตา กรณา ไมพอ ตอง

เขาใจผปวยและเขาใจชวตจรงของผปวยดวย และตองวางใจใหเปน

กลาง ยอมรบในความเปนตวตนของผปวย เมอเหนคนไขทพฤตกรรม

เสยง ใชใจทเปนกลางในการรวบรวมขอมล ท าความเขาใจกบชวต มอง

ปญหาใหเหมอนผปวยมอง จะไดน า มาใชในการวางแผนและหาทาง

แกปญหาใหสอดคลองกบวถการด าเนนชวตของเขา

ท าอยางไรจะเขาใจชวตคน

การไมเขาใจความเปนจรงในชวตของผรบบรการ มาจากเรามอง

ไมเหนความเปนจรงของชวต เปนเพราะเราเอาตวเองมอง เราจงใช

ประสบการณ และความคด ควา มร จากต ารามาระบปญหา และดแล

ชวยเหลอตามปญหาทมองเหน ซงลวนแลวแตเปนความคดของผ

ใหบรการ การทเราจะเขาใจชวต เรากตองไปเรยนรชวตจรงๆทเปนชวต

ของผรบบรการ แลวใชใจมองดวยความเปนกลางกจะท าใหเขาใจสภาพ

ความเปนจรงของชวตนน การเขาไปพดคยกบผรบบรการ จะท าใหเหน

ชวตจรง เหนสภาพครอบครว และการด าเนนชวตทลงตวการพยายาม

พงพาตนเองในทกเรองของชวต เมอมองเหนความจรง กจะเขาใจปญหา

และความตองการของผปวยอยางแทจรง

การทบคคลากรสาธารณสขใหการพยาบาลผปวยดวย

พนฐานของการเขาใจชวตและดวยใจทเปนกลาง จะท าใหความยด

มนถอมนในตนเองลดลง เปดใจรบฟงผปวยเพมมากขน ชองวาง

ของความคดระหวางกนลดลง เขาใจปญหาตามมมมองของผปวย

ท ยอมรบในความเปนตวตนของผปวยเพมมากขน จะเหนอกเหน

ใจผปวย และ ขอขดแยงตางๆ จะลดลง ผปวยจะไดรบการดแลท

สนองความตองการ ตวบคคลากรสาธารณสขเองกจะท างานดวย

อยางมความสข

เราจะพฒนาสขภาพใหเกดขนกบประชาชนไดอยางไร

บคคลากรสาธารณสขตองใหบรการสขภาพเชงรก โดยให

ความส าคญกบการปรบมมมองสขภาพใหกวางกวา การเจบปวยและโรค

ตองมองรวมไปทงสขภาพกาย จต ภารกจด ารงชวตดวยความเขาใจปจจย

ทก าหนดภาวะสขภาพของคน ไดแกบรบททางสงคม เศรษฐกจ

วฒนธรรม ประเพณ คานยม ใหบรการดวยความเขาใจความจ าเปนของ

แตละบคคลอยางเหมาะสมมการจด บรการสรางเสรมสขภาพ ปองกนโรค

ใหมความสมดลกบงานรกษาพยาบาล สรางการมสวนรวมของผปวยหรอ

ประชาชน การจดบรการสขภาพใหบรรลผลส าเรจบคลากรทางสขภาพ

ตองมความรความสามารถในวชาชพตนเอง รวมทงมมมมองทเขาใจชวต

จรง เขาใจผมารบบรการ และน าไปสการพฒนาศกยภาพขอ งผปวยหรอ

ประชาชน ในการพงตนเองดานสขภาพตอไป

ปญหาทพบจากการจดบรการในปจจบน เปนการชวยเหลอและ

อาจสรางทกขใหกบผปวยโดยไมเจตนา จากการใหผปวยปฏบตตามแนว

ทางการรกษาโดยไมค านงถงการด ารงชวตของผปวย การดแลผปวย

บทบาทของพยาบาลประกอบดวยสองสวน คอการใหการพยาบาลผปวย

ในสถานบรการสขภาพ และการสนบสนนผปวยในการดแลสขภาพดวย

ตนเองทบาน ดวยการถายทอดความรเพอน าไปสการด าเนนพฤตกรรมท

เหมาะสมในหลกการควรเนนการพฒนาศกยภาพในการพงตนเอง ทงน

ตองเขาใจพฤตกรรมทเกดจากกระ บวนการเรยนรของผปวย และการ

ประยกตใชความรไปสการแกปญหาสขภาพในชวตจรง การมสวนรวม

ของผปวยเปนหลกส าคญ ในการก าหนดทางเลอกในการปฏบตทน าไป

ปฏบตไดจรงในชวตผปวย โดยมเจาหนาทสาธารณสขเปนผใหการ

สงเสรมสนบสนน และเจาหนาท สาธารณสขตองพฒนากระบวนการ

เรยนรของตนเอง เพอเขาใจสภาพปญหาทแทจรง กระบวนการแสวงหา

ตรวจสอบ และพฒนาทางเลอกทเหมาะสม กระบวนการสอสารทใหเกด

การเรยนร และการประยกตใหเขากบเงอนไขตางๆ ของผปวยตลอดจนใช

เทคโนโลยทเหมาะสม

สรป

การบรการดวยหวใจความเปนมนษย พนฐานอยทเขาใจชวตคน

เปนชวตทมการด ารงชพ ชวตทมบรบท เขาใจความทกข ความรสกของ

ผรบบรการเขาใจเงอนไข ขอจ ากด ตางๆในชวต เมอความเขาใจอยาง

แทจรงเกดขนในใจผใหบรการแลวสงทเกดขนตาม มาคอความเหนอกเหน

ใจ ยอมรบในความเปนตวตนของผรบ บรการ พฤตกรรมบรการดวยความ

เอออาทร ความยดหยน อะลมอลวยในการใหบรการสขภาพ กจะปรากฏ

ออกมาเองโดยอตโนมต เพราะเปนสงทเกดขนจากภายในของผใหบรการ

ดงนนพฤตกรรมการบรการดวยหวใจความ เปนมนษย จงมใชการพด

ไพเราะออนหวาน การสมผส ซงเปนเพยงรปแบบ แตหวใจส าคญคอการ

ใหบรการสขภาพทเขาใจชวตคน ใหบรการไดกบตรงปญหาความตองการ

ประยกตความรทเหมาะสมสอดคลองกบชวต และ พฒนาศกยภาพใน

การพงตนเองของผรบบรการ

การบรการดวยหวใจความเปนมนษย จงเปนบรการทางสขภาพท

เคารพในศกดศรของความเปนมนษย ยอมรบในความเปนตวตน ยอมรบ

ในการคดและการตดสนใจของผรบบรการสขภาพ เปนการบรการทยด

ผปวยเปนศนยกลางอยางแทจรง

หนวยท 2

ท าอยางไรผ ใหบรการจะเขาใจ

ปญหาทแทจรงของผ รบบรการ

อ.กลยา ศรมหนต

การทเราจะเขาใจผ รบบรการตามแนวคดการ

ดแลดวยหวใจความเปนมนษยนน เราตองไมมอง

ผ รบบรการตามความคดเรา

เมอไรทเรามองผ รบบรการตามความคดเรา

เรากจะมองไมเหนความคดของเขา การยอนกลบมา

มองเขามากขนกจะเหนความคดของเขามากขน

จากประสบการณการ การเปนวทยากรจดอบรมตามแนวคดการ

ดแลดวยหวใจความเปนมนษยมาโดยตลอดของผเขยน ยอมรบวาใน

ชวงแรกๆมองไมออกวาเราจะเขาใจ ผรบบรการตามแนวคดการดแลดวย

หวใจความ เปนมนษย ไดอยางไร แตหลงจากทได มโอกาสแลกเปลยน

ประสบการณกบผทรงคณวฒมาอยางตอเนอง และฝกปฏบตดวยตนเอง

ท าให มองเหนแนวทางมากขนวา การท เราจะเขาใจผรบบรการ ตาม

แนวคดการดแลดวยหวใจความเปนมนษยนน เราตองไมมองผรบบรการ

ตามความคดเรา เมอไรทเรามองผรบบรการตามความคดเรา เรากจะมอง

ไมเหน ความคดของ คนอน การยอนกลบมามอง คนอนมากขนกจะเหน

ความคดของคนอนมากขน ปจจบนการใหบรการในระบบบรการสขภาพ

ถาเราไดวเคราะหเราจะเหนวา ผใหบรการสวนใหญยงมองทตนเองเปน

หลก ม องวาสงทตนเองท าหรอปฏบตนนเปนสงทด ทถกตอง เปน

ความหวงดทมอบใหกบผรบบรการ หลายครงทผ เขยนไดมโอกาสเขารวม

ประชมกลมและแลกเปลยนประสบการณการสะทอนคดและชประเดนกบ

วทยากรผทรงคณวฒ ทานอาจารยนายแพทยสรยะ วงคคงคาเทพ การ

สะทอนคดของทาน ท าใหเขาใจมากขน ความจรงกคอ เรามกจะไมคอย

มองคนอน เรามกจะมองแตตนเอง และคดวาสงทตนเองปฏบตหรอท านน

เปนสงทด ตวอยางทมกจะถกหยบยกขนมาอภปรายแลกเปลยนกนเสมอ

คอ การใหค าแนะน าดานสขภาพแกผรบบรการนน เรากมกจะมองวา เรา

ในฐานะบคลากรสาธารณสขไดใหในสงทดมประโยชน กบผรบบรการ ซง

ตรงน เปนการตดสนโดยเรา อาจารยไดยกประเดน ขนมาใหทางกลมได

วเคราะห สงทพวกเราคดวา เปนประโยชนหรอไมนน ใครคอคน

ตดสนวาเปนประโยชน ระหวาง “ผให ” หรอ “ผรบ ”ประโยชน ใน

มมมองของผให อาจไมตรงกบความตองการของผรบ ดงนนสงทเปน

ประโยชนนนควรตดสนทผรบ เมอไรทผรบมองวาเปนประโยชน เขากจะ

สามารถน าไปใชไดจรง ทผานมาการใหค าแนะน าดานสขภาพของเราทไม

สอดคลองกบปญหาและความตองการของผรบบรการนนเปนเพราะเราให

ความส าคญของการมองทผใหมากกวาผรบ นนคอมองวาค าแนะน า ดาน

สขภาพ เปนสงทมประโยชน เปนสงจ าเปน ผรบบรการ จ าเปน ตองดแล

สขภาพตามค าแนะน าเขาจงจ ะมสขภาพทด สามารถด าเนนชวต อยกบ

โรคได นนเปนการมองในมมมองของผใหคอ มองวาเราใหในสงทด แตไม

เคยไปท าความเขาใจเลยวา สงทเราคดวามประโยชนนน แททจรง

ผรบบรการมองวามประโยชนเชนเดยวกบทเรามองหรอไม ประเดนนเส า

คญเพราะการทเราจะเขาใจผ อน ถาเรามองแตเรา เรากจะไมเขาใจเขา

แตถาเราหนกลบมามองทเขาบางเรากจะเขาใจเขามากขน

ตวอยางกรณศกษา

คณลงทานหนงประสบอบตเหตเปนอมพาตเดนไมได

เจาหนาททเกยวของหลากหลายสาขามาเยยมบาน พอทราบวา

เปนผพการเดนไมไดกจดการท าเรองขอเบกรถนง Wheel

Chair มาให คณ ลงไมปฏเสธของททกฝายสนบสนบจดหามา

ให แตหลงจากเจาหนาทกลบไปแลว ปรากฏวา สงทเจาหนาท

จดหามาใหนน คณลง ใชไมไดเพราะพนบานของคณลงเปน

พนดนทไมเรยบ ทางเขาออกแคบมาก ไมไดเทพนปน ท าใหรถนง

ทไดรบบรจาคมามานนใชการไมได สดทายตองเอาไวตาก

ผาเชดตว เราจงตองน าประเดนเหลานมาวเคราะหกน ปญหาอย

ทไหน เปนเพราะสงทเรา มองวามประโยชนนนเปนการมองตาม

ความคดเรา มองวาคนพการทเคลอนไหวไมได ตองเหมาะสมกบ

รถนง Wheel Chair แตไมไดมองประโยชนตามความคด

ของผรบบรการ ไมไดศกษาและท าความเขาใจสภาพบรบท

ปญหาและขอจ ากดของผรบบรการ ซงจะเหนไดวาส าหรบ

ผรบบรการรายนรถนง Wheel Chair มประโยชนเพยงแค

ราวตากผาเชดตวเทานน เปนเพราะเราไมไดท าความเขาใจเขา

กอน การให ของเราทคดวาดและมประโยชนจงเปนการสญเปลา

ของการใหบรการ

ตวอยางกรณศกษา

คณปา เปนโรค เบาหวาน มาพบแพทย ตามนด ผลการ

ตรวจเลอดพบวามระดบน าตาลในเลอดสง แพทยซกถามเกยวกบ

พฤตกรรมการรบประทานอาหารจากปา ไดขอมลวารบประทาน

กลวยน าวาวนละ 4-5 ลก แพทยจงแนะน าทนทเลยวา ไม ไดนะ

ปา เปนเบาหวานตองกนกลวยวนละ ½ ลกเทานนนะ โดยไมได

ท าความเขาใจกบปาวา ท าไมปาจงตองกนกลวยวนละ 4-5 ลก

พอเราไดไปท าความเขาใจจงทราบวา การทปาตองกนกลวยวน

ละ 4-5 ลกนนเปนเพราะปาไมมอะไรจะกน ฐานะยากจนมากม

กลวยก ตองกนกลวย “ถาไมกนมนกจะแย ” เพราะตองฉดยา

เบาหวานทกวน ซงการใหค าแนะน าเหลานเปนการใหค าแนะน า

โดยไมไดศกษาและท าความเขาใจผรบบรการ

จากทกลาวมาสะทอนคดเปนอยางดในการท าความเขาใจ

ผรบบรการ ซงเปนสงส าคญทบคคลากรสาธารณสขจะตองมองใหออก

ดผวเผนเหมอนวาเปนเรองทเขาใจไดงายกแคไปถามกรแลววาสงทเรา

ใหกบความตองการของผรบบรการนนสอดคลองกนไหม แตในความเปน

จรง เรามกจะไมคอยไดถาม ไมไดท าความเขาใจ ผรบบรการ กอน เราก

มกจะตดสนเขาตามความคดและมมมองของเรา การท าความเขาใจ

ผรบบรการจะท าใหเราเขาใจปญหา ความตองการ ขอจ ากดในชวตท

แทจรงของขา ซงจะชวยใหเราดแลเขาไดตรง และเขาใจวาท าไมเขาจง

ตองปฏบตพฤตกรรมสขภาพทขดกบโรคทเปน

ท าอยางไรผใหบรการจะเขาใจผ รบบรการ

ตลอดระยะเวลาทผานมาของการจดการอบรม การปรบ

กระบวนทศนการดแลดวยหวใจความเปนมนษย สงส าคญทจะท าใหผ เขา

รบการอบรมเขาใจ ผรบบรการและสามารถวางแผนใหการดแลได

สอดคลองกบปญหาและความตองการของผรบบรการ จะตองจดใหผ เขา

รบการอบรมไดศกษาและ เรยนรการด าเนนชวต และพฤตกรรมการ ดแล

ตนเองของผรบบรการ จากสภาพจรง (Authentic Learning)

รวมกบการจดใหมการน าเสนอในกลมยอย เพอแลกเปลยนขอมล และรบ

ฟงการชประเดนและการสะทอนคดจากวทยากร เพอเปนการปรบทศนคต

และ มมมองของผเขารบการอบรม ใหมองเหนความจรง ในชวตของ

ผรบบรการ ซงเปนมมมองทผใหบรการ มกจะมองไมเหน หรอไมเคยมอง

มากอน ทงนเพอให ผรบการอบรม มมมมองและความคดใหมอนจะ

น าไปสความเขาใจผรบบรการอยางแทจรง ดงรายละเอยดดงตอไปน

1. การเรยนรจากสภาพจรง(Authentic Learning)

การจดใหมการศกษาและเรยนรตามสภาพจรงเปนขนตอนท

ส าคญ ของการจดการอบรม การ ใหผ เขารบการอบรมลงไปศกษา

ผรบบรการ ตามสภาพจร งท าใหเขาใจพฤตกรรมการดแลตนเองของ

ผรบบรการมากขน ไดเขาใจถงศกยภาพในการจดการปญหาตางๆ ดวย

ปญญาของผรบบรการ ซงการแกปญหาเหลานนข องผรบบรการ เกดจาก

การสงเกตดวยตนเอง จากการลงมอปฏบตดวยตนเอง หรอในบางครงเกด

จาก การลองผดลองถก จะกระทง เกดเปนความสมดลยทท าใหเขา

สามารถใชชวตอยกบโรคได พงพาบคลากรสาธารณสข ใหนอยทสด

ถาเราไมไดลงไปศกษาหรอท าความเขาใจ เราก จะมองไมเหนการใช

ปญญาในการแกปญหาของ เขาวาท าอยางไร และเมอไมเขาใจกจะ

ตดสนพฤตกรรมการดแลสขภาพของผรบบรการ นนผดหลกการ สดทาย

เรากจะพบวา บคลากรสาธารณสขจะเขาไปมบทบาทจดการเรองสขภา พ

แทนเขา ไปแนะน าใหเขาปรบเปลยนพฤตกรรมใหม โดยขาดการท าความ

เขาใจผรบบรการ

ตวอยางกรณศกษา คณลงปวยเปน COPD มอาการเหนอยหอบ ลกตองพาคณลงซอนทายรถมอรเตอรไซดไปโรงพยาบาลเพอพนยาเปนประจ า ซงใน บางครงมอาการก าเรบตอนดก กตองออก จากบาน ไปโรงพยาบาล กลางดก กวาจะไปถงโรงพยาบาล บางครงฝน ตกระหวางการเดนทาง คณลงจงดแลตนเองดวยการรบประทานผลมะนาวโหเพอชวยลดเสมหะ ซงเปนความรทไดรบจากรายการโทรทศน คณลงเลาวา “แตกอนตองไป โรงพยาบาลแทบทกเดอนๆ ละครง คราวนนานแลวไมตองไป เพราะไปไดไอลก

มะนาวโหมากน ดจากใน โทรทศน มคนทเ ขาเปนโรคแบบเดยวกนมาออกรายการ ขนาดหมอไมรบแลวให กลบมาบาน มคนมาบอกเขาใหกนลกมะนาวโหเนยะ ถามบญกหาย เขาวาอยางนน ผมกเลยทดลองกน 9 ลกอยางทเขาบอก ปกตกลางคนจะไอ คนในบานนอนไมหลบเวลาไอ เรยกวาไอปลก คอเวลาไอจะปลกทกคนในบานใหตนหม ด จะไอมาก ไอเสยงดง พอกนมะนาวโหไป คนนนรสกวาไมไอเลยทงคน ลงเลาวา เวลากน ตองกนกนสดๆ ตอนหลงเลยปลกไวเองตอนนปลกได 3 ตน เพงจะเรม

มลกไมกลก เวลากนตองกนทงลก แตตอง ไมกนตอนลกแก ผลออนจะมยางและยางในลกจะไปชวยกดเสลด ตอน แรกกน 9 ลก หลงจากนนกนทกวนวนละ 11 ลก เสลดจากทเคยครดคราดครดคราด ตอนนไมมเลย และลงกสบายขนมาก เหมอนคนปกต ลงกบอกตอเปนทาน ใหคนอนโดย มขอแมวาถาใครกนแลวมอาการแสบหนาอกเขาจะไมใหกน บางคนทแพจะแสบหนาอก กไมใหกน ถากนไดครงแรก 9 ลกครงตอไป 11 ลก ตลอดทกวนเดดสดๆจากตน ยาหลวงกยงตองกน ยาพนกยงตองใช ลงบอกแตกอนหมอนดทกเดอน ตอนหลงทก 2 เดอน ปจจบนนนดทก 3 เดอนแลว ชวงนยาพนไมคอยไดพน ยาจะเหลอเยอะมาก ไปบางครงกไมไดเอายาพน บอกหมอยงมอย ทผานมาเราคงตองยอนมามอง เราเคยไดฟงผรบบรการเลาเรอง

ไดนานขนาดนไหม และทส าคญเราเคยไปคย หรอเปดใจทจะฟงผรบบรการอยางนไหม สวนใหญสงทเราถามผรบบรการนน เรามกจะถามเรองอะไร สงทเราถามมกจะเปนเรอง การออกก าลงกาย การรบปร ะทานยา การมาตรวจตามนด การรบประทานอาหาร การดมเหลาสบบหร จรงอยส าหรบผปวยบางรายอาจมความจ าเปน ทจะตองรวบรวมขอมลเหลานน แตส าหรบผรบบรการบางรายทเปนผปวยเรอรงอาจจะไมจ าเปนหรอจ าเปนนอยมาก การท าความเขาใจพฤตกรรมการดแลสขภาพ การท า

ความเขาใจการใชชวตและการปรบตวเพอใหสามารถอยกบโรคไดนนนาจะเปนสงทจ าเปนมากกวา แตกพบวา เจาหนาท สวนใหญจะมองขาม แมแตผ ทเขารบการอบรมเอง ในการลงไปศกษาขอมลในวนแรก สงทไดมากมกจะเปนประเดนทางดานสาธารณสข ประเดนชวต มนอยมาก หรอไมม แตหลงจากทไดฟงการสะทอนคดและชประเดนจากวทยากร และลงไปศกษาขอมลความจรงในชวตของผรบบรการ เพมจากวนแรก กท าใหเขาใจผรบบรการมากขน

การดแลตนเองของลง ไมไดเกดจากการ ดโทรทศน เพยงอยาง

เดยว แตเกดจากคณลงเองตองใชปญญาในการสงเกตและลองผดลองถก

จนกวาจะลงตวกบอาการปวยของตนเอง มการสงเกตวาตองเลอกเกบผล

มะนาวโห มารบประทานตอนชวงไหน จงจะไดผล อาการท บงบอกวา

ไดผลเปนอยางไร อาการแพเปนอยางไร เรองราวของคณลงถาเราไม

ศกษาเรากจะไมเขาใจการปฏบต ตวของคณลง และถาเราไม เปดใจทจะ

รบรรบฟง เรากอาจมองวาเปนเรองไรสาระ เปนเพราะเรามความเชอวา

หลกการทางวชาการทางการแพทยโดย การปฏบตตวตามแผนการรกษา

เทานนทจะท าใหคณลงหายจากโรค แตท าไม คณลงจงเลอกปฏบตตาม

รายการโทรทศนทวทยากรซงเปนเพยงผปวยดวยกนเลา

เราจะเขาใจและยอมรบเรองตางๆเหลานได ตองเกดจากการทเรา

ตองเปดใจท จะฟง และตองยอมรบวา ท าไมผ รบบรการจงมความเชอ

อยางนน เราตองเปดมมมองของตนเอง เปดใจทจะรบรรบฟง คณลง

โดยเฉพาะ บคคลากรสาธารณส ขถาจะเขาใจผรบบรการ ก ควรจะตอง

ศกษาและท าความเขาใจ ประเมนผรบบรการ ดวยเหตและผลจากสภาพ

จรงวา ผรบบรการปฏบตพฤตกรรมสขภาพเหลานนมผลดตอผรบบรการ

อยางไร สงเสรมและพฒนาศกยภาพของ ผรบบรการ ในการดแลสขภาพ

ตนเอง เพอน าไปสการตดสนใจปรบพฤตกรรมของตนเองอยางสมดล หรอ

เทาทเขาเองเหนวาเหมาะสม กระบวนการเรยนร ตามสภาพจรง

(Authentic Learning) เพอท าความเขาใจ ผรบบรการ เปน

สงจ าเปนส าหรบบคลากรสขภาพในการท าความเขาใจผรบบรการ

สรป

จะเหนวาการศกษาตามสภาพจรง ( Authentic

Learning) ตามความเปนจรงทเกดขนกบผรบบรการ เปนวธการท

ส าคญในการเขาใจผรบบรการ หลายครงทบคลากรสาธารณสขใหบรการ

สขภาพแกผรบบรการ เรามกจะศกษาขอมลทเกยวของกบโรคทผปวยเปน

มสวนนอยทจะศกษาลงไปลกถงความเปนจรงในชว ตของผรบบรการ

เพอใหทราบถงวธคด การปรบตว การใชปญญาในการแกปญหา ซงสง

ตางๆเหลาน ผรบบรการไดใชในการดแลตนเองเพอใหเขาสามารถอยกบ

โรค และ โลก (สภาพความจรงทเปนอยในชวต ) ของเขาไดอยางสมดลย

ซงตางจากต าราวชาการทเขยนไว แตเปนต าราชวตทเขยนขนจากชวตจรง

ของผรบบรการ

2. การสะทอนคดและชประเดนปรบทศนคตมมมองและ

ความคดของผเขารบการอบรม

ความจรงทตองยอมรบคอ คนทกคนมมมมอง ความคด เหตผล

ของตนเอง การเชอหรอการยอมรบในบางสงบางอยางนนจงเปนเรองทจะ

เปลยนกนโดยการพด การบอก การเลาสกนฟงเทานน ไมเพยงพอ จาก

การจดการอบรม การแลกเปลยนเรยนรตามสภาพจรง ควบคกบการปรบ

ทศนคต มมมอง และความคด จงเปนกจกรรมทส าคญมากทจะชวยให ผ

เขารบการอบรมเปดใจทจะยอมรบและเขาใจผ อน เกอบทกคร งทไดมการ

ประชมกลมยอย และการแลกเปลยนประสบการณกบผทรงคณวฒเราก

มกจะไดยนค าวา “ตดกรอบความคดของตนเอง” ฟงครงแรกๆยอมรบ

วาไมเขาใจ ค าวาตดกรอบความคดของตนเอง นนหมายความวาอยางไร

แตพอไดศกษาและท าความเขาใจ ค าวาตดกรอบความคดของตนเอง

เปนค าทมความหมาย สมพนธ เชอมโยงกบค าวา มมมองและทศนคต ซง

สงเหลาน ไมวาจะเปน มมมองและ ทศนคต เปนความคด ความเขาใจ

ความรสก เฉพาะตวของบคคลในแตละคน ซงผทรงคณวฒไดวเคราะหวา

สงเหลาน เปนสงทสะสมมาจาก พนเพเดม ประสบการณ เดม การหลอ

หลอมจากระบบการศกษา ตลอดจนสงคมแวดลอม ซงทง มมมอง และ

ทศนคต ลวนเปนสงทท าใหคนมองความจรงตางกน และท าใหการยอมรบ

ความจรงตางกนดวย สดทายน าไปสการเขาใจทตางกน

ทศนคต

ทศนคต เปนนามธรรม จบตองยาก เปนเรองของส านกภาย ในท

ไดรบการปลกฝงมาจากครอบครว สถาบนการศกษา และประสบการณท

ผานมาจนกลายเปนตวตน หรออตตาของบคคล และปรากฏออกมาใน

ลกษณะของความเชอ อารมณ ความรสก และควาคดเงเหตผลของคน

นนๆ ทมา : ประสบการณการจดการเรยนการสอนแบบบรณาการ เนน

หวใจความเปนมนษย สถาบนพระบรมราชชชนก 2553 หนา 16

คนทยดกรอบความคดตนเองอยางเหนยวแนน มกไมเชอในสงท

คนอนพด เพราะคดวาสงทตนเองยดถอนนปนสงทถกตอง การสอน หรอ

การปรบทศนคตจงไมสามารถสอนโดยการบรรยาย การยกตวอยาง หรอ

การบอกใหปรบเปลยนตรงๆได ตองเอาความจรงมาพสจน เพราะการรบ

ฟงการบรรยายในขณะทใจคดวาสงทตนเองคดนนถกตอง จะไมเปดใจ

รบรสงทผ อนพด จะไมรวาความคดของเขาแตกตางจากสงทเ ปนจรง

อยางไร

ดงนนการจดการอบรมเพอให ผ เขารบการอบรมเขาใจความจรง

ในชวตของผรบบรการ จงตองจดใหไดลงไปศกษาความจรงทเกดขนกบ

ผรบบรการในชมชน ซงอาจจะเปนบาน หอผปวย เพอให ผ เขารบการ

อบรมไดมโอกาสเขาไปสมผสกบสภาพความเปนจรงดวยตนเอง เพอให

ความจรงของผรบบรการ

เหลานนสะทอนกลบมาทความคดของผ ใหบรการ เพอใหเขาเขาใจวาสงท

เขาคด กบความจรงนนมความแตกตางกน

นอกจากนการลงไปศกษาสภาพความเปนจรงนอกจากจะท าให

เขาใจความจรงกบความคดแลว ยงชวยใหทราบวา ยงมความจรงอกมาก

ทเรายงไมเคยรมากอน การไดสมผสกบความจรงทเกดขน ความค ดของ

คนกจะเปลยนไป ทศนคตและมมมองของคนกจะเปลยนไปดวย

การเรยนรความจรงในชวตของผรบบรการ

การเรยนรความจรงในกระบวนการจดการ อบรม นอกจากการ

เรยนรชวตและสขภาพดงทกลาวมาแลว การเรยนรพฤตกรรมและเหตผล

ทมาของพฤตกรรมในชวตจรงของ ผรบบรการ การเรยนรในกระบวนการ

แกไขปญหาการเจบปวยรวมกบผ รบบรการ เปนรายบคคล หรอวางแผน

แกปญหาสขภาพรวมกบชมชน ฯลฯ กลวนจดอยในการเรยนรความจรงท

เปนอยทงสน การเรยนรเหลานทกกรณหากตองการใหผ เรยนเขาใจสภาพ

ความเปนจรง กจ าเปนตองลงมอเรยนรจากการสนทนากบตวผ รบบการ

โดยตรง ไมใชการคนควาจากต ารา หรอการลงมอเกบขอมลโดยใช

เครองมอหรอแบบบนทกทเปนกรอบตายตวเกนไป

สรป

การปรบกระบวนทศนการดแลดวยหวใจความเปนมนษย เปน

กระบวนการเรยนรจากสภาพจรงทมองคประกอบทบรณาการกนระหวาง

การปรบความคด ทศนคต และมมมอง รวมกบการจดสาระการเรยนรจาก

สภาพจรง เปนกระบวนการจดการอบรมทน าไปสการพฒนาความคด

มมมองของผรบบรการ ชวยใหผรบบรการมองเหนความจรง แตสงหนงท

ตองยอมรบคอ กระบวนการเหลานจะตองฝกในการน าไปใชอยาตอเนอง

การจดการอบรมเปนเพยงแนวทางทจะไปสการเขาใจผรบบรการ การฝก

ใช ฝกท า อยางตอเนอง จงจะสามารถพฒนาความคดของตนเองได เมอ

ความคดเปลยนอ อคตทมอยจะลดลง เรากจะสามารถมองเหนและเขา

ใจความจรงของผรบบรการ

หนวยท 3

แนวทางการสะทอนคด

เพอการเขาใจผ รบบรการ

อ.กลยา ศรมหนต

อ.รงทพย ไชยโยยงยงค

อ.กรรณการ กจนพเกยรต

การสะทอนคดและชประเดนเปนการ ปรบความคดทศนคต และ

มมมองของผเขารบการอบรมเพอใหเกดการเรยนรและเขาใจผรบบ รการ

วทยากรจะตองมทกษะในการฟง การจบประเดน และมมมมองทตางจาก

มมมองของผเขารบการอบรม จะตองสามารถสะทอนกลบไปทความคด

และขอมลทผ เขารบการอบรมน าเสนอ ซง ทกษะเหลาน ตองมาจากการ

ฝกฝนและลงมอปฏบตอยางตอเนองจงจะเกดความช านาญ ไมไดเกด

จากการรบฟงการบรรยายเพยงอยางเดยว วทยากรจะสามารถท าหนาท

ไดเปนอยางดนนจกตอง เปนผ ทเปดใจ รบร รบฟง และเขาใจทงผ เขารบ

การอบรม และเขาใจผรบบรการ วทยากรจงตองเปนผ ทมความตงใจสง

และตองมความอดทนกบสภาพการณทเกดขนในกรณทผ เขารบการอบรม

ยงไมปรบความคดและทศนคตของตนเอง ทจะยอมรบ และเขาใจ

ผรบบรการ

จากประสบการณการเปนวทยากรมาตลอดระยะเวลา ทผานมา

ท าใหเรยนรวาทกษะเหลานตองฝกและพฒนาอยางตอเน อง จงจะ

สามารถสะทอนความคด และทศนคตของผเขารบ การอบรมได และท

ส าคญตองลงมอปฏบตดวยตนเอง ทกครงทไดรบมอบหมายใหเปนผ สรป

และชประเดนจงตองตงใจฟงสาระการน าเสนอของผเขารบการอบรม ใน

ขณะเดยวกนตองวเคราะหความคดของผเขารบการอบรม วาสงทน าเสนอ

นนผ เขารบการอบรมคดอะไร ท าไมจง คดอยางนน เพอการสะทอน

กลบไปยงความคดของผเขารบการอบรม เพอใหเขามองเหนความคดของ

ตนเอง และมองเหนความคดของผรบบรการ งานเขยนใน สวนจงเปนการ

รวบรวม ตวอยางการสะทอนคดและชประเดน ใหกบผ เขารบการอบรม

หลงจากทตวแทนแตละกลมน าเสนอกรณศกษา เพอใหมองเหนมมมองท

แตกตางและสามารถ น าไปพฒนาเพอการเรยนร อนจะน าไปสการ วาง

แผนการดแลสขภาพผรบบรการภายใตแนวคดการดแลดวยหวใจความ

เปนมนษยสอดคลองกบปญหา เงอนไขและขอจ ากดทแทจรงของ

ผรบบรการตอไป

สะทอนมมมองทแตกตาง

ระหวางผ ใหบรการกบผ รบบรการ

การสะทอนมมมองท แตกตางระหวางผใหบรการกบผรบบรการ

เปนการชใหผ เขารบการอบรมเหนมมมองของตนเองในฐานะ ผใหบรการ

และมมมองของผรบบรการ ผใหบรการ สวนใหญจะมงเนน การดแลโรค

เปนประเดนส าคญ ในขณะทผรบบ รการดแลโรคบนพนฐาน ชวต ความ

เปนอย ปากทอง ใหความส าคญกบ โรคเปนเพยงสวนหนงไมใชทงหมด

ของชวต เขา การลงไปศกษาความจรงในชวตของผรบบรการ จะ ท าให

เขาใจ ผรบบรการ วาท าไม เขาจงใหความส าคญกบปากทอง เศรษฐกจ

การท ามาหากน และท าไมเขาจงมองว าโรคเปนเพยงสวนหนงของชวต

เทานน

ตวอยางท 1

เปนเรองราวของคณปาทานหนง ปวยเปนเบาหวานมาตรวจและ

รบยาตามแพทยนด ปาไมสามารถควบคมระดบน าตาลได ผลการตรวจ

น าตาลของปากครงกครงกยงสงอยเหมอนเดมมาครงน จงถก

ต าหนวา

“ปารกษาไปกไมมประโยชน เปลองยา เปลองงบประมาณ

เปลาๆ”

ปาเสยใจมาก โกรธหมอ จงไมไปรบยาอกเลย ท าใหขาดยา วน

หนงปาไมรสกตว ญาตจงน าสงโรงพยาบาล แพทยใหการรกษาดวยการ

ใส Endotracheal tube ตอกบเครองชวยหายใจ ปาเลา วา ชวงท

รสกตวจะเจบมาก ถกมดแขน ขา

“อยากจะบอกวาไมมดไดไหมฉนไมดงหรอก มดแลวมน

ทรมาน”

แตกพดไมได สอสารไมได ทกเชา ทนอนอย ICU ประมาณต 4

ต 5 พยาบาลกจะมาอาบน าให ปาเลาวา มนหนาวสดๆ อยากจะบอกวา

ไมขออาบตอนนไดไหม กพดบอกไมได เพราะม ทอคางอยในปาก

ครงหนง ปาเคย ลมกระดกขอเทาแตก หมอใสเฝอกให และ

พยาบาลไดสอนปาใหใชไมค ายน ปาบอกไมไดใชเพราะปาอวนมาก ใชไม

ค ายนแลวมอาการ เจบรกแร จงเลยเลก ใช เวลาจะเขาหองน าปาจะ ใช

วธการคลานเขาหองน า แทน ผลทเกดจา กการคลานคอเฝอกสก บางลง

เปอย นม ลกชาย จงพาปาไปโรงพยาบาล เพอขอใหทางโรงพยาบาล

เปลยนเฝอกใหใหม แตกไมไดรบการเปลยนเพราะเจาหนาทบอกวา ถาปา

จะเปลยน เฝอกใหม ปาตองเสยเงนเอง บตร 30 บาทของปาใชไมได

หรอกนะ ปาเลาวา ปาไมมสตางคจายคาเปลยนเฝอกใหม หรอก เพราะ

ตงแตขอเทาแตกกออกไปขายของไมได รายไดไมม มาโรงพยาบาลแตละ

ครงตองเหมารถมาสง เงนทเหลอตอง เกบไว จายเปนคารถ ปาเลย

ตดสนใจไมเปลยน

เจาหนาทจงแกปญหาดวยการซอมเฝอกให โดยการพนเฝอกทบ

เฝอกทแตก ท าใหขนาดของเฝอกใหญและหนาขน ปาบอกวา ล าพงเฝอก

เดมกยากล าบากในการเคลอนยายอยแลว ยงจะตองมาเจอกบเฝอกท

พอกหนาเพมขนมาอก ปาบอกมนหนกมาก แตปากตองปรบตวเพอใหอย

กบเฝอกทหนาและหนกขนกวาเดมใหได

แนวทางการชประเดน

จากขอมลทเพอนน าเสนอ เราเหนอะไร

สงหนงทอยากจะสะทอนใหทกคนไดเหนคอ ปญหาตางๆท

เกดขนในระบบบรการสขภาพ เราคงตองยอมรบวา สวนหนงเปนผลมา

จากความคดของเจาหนาท ทคดบนพนฐานของความไมเขาใจผรบบรการ

ตดสนถกผดโดยใชตนเองตามหลกการทางวชาการโดยขาดการท าความ

เขาใจผรบบรการอยางแทจรง

สงทหมอพดกบปา หมอคดอะไร

ค าพดของคณหมอ ทปาหยบยกขนมาพด มาเลาใหเราฟง เปน

ประเดนทนาสนใจ หมอเขาคดอะไร ท าไมเขาจงพดกบปาอยางนน

“ปารกษาไปกไมมประโยชน เปลองยา เปลองงบประมาณ

เปลาๆ” ค าวารกษาไมหายของหมอ คอระดบน าตาลในเลอดไมลดลง ผล

การตรวจน าตาลของปากครงกครงกยงสงอยเหมอนเดม จงต าหนปาและ

มองวาการรกษาของหมอทใหกบปาเปนการเปลองยา เปลองงบประมาณ

หมอตดสนปาดวยระดบน าตาลในเลอด โดยไมศกษาและท าความเขาใจ

ขอจ ากดของปา ทคมระดบน าตาลไมได ไมรดวยซ าไปวาค าพดทไดพด

ออกไปนน สะเทอนใจท าใหปาไมมารบยาโรงพยาบาลถง 2 ป

เรองใส Tube

ไมใชหมอเทานนทไมเขาใจ ผรบบรการ พยาบาลเองกไมเขาใจ

จะมใครสกกคนทเคยไดรบรความรสกของคนไขเวลาใส Tube วามน

ทรมานขนาดไหน Tube คางอยในคอทงทพดไมได จรงอยคนใส

Tube มกจะตองไมรสกตว และมกจะดงโนนดงน ทส าคญคอดง

Tube จงเปนเหตใหพยาบาลตองมดมอมดเทาทง 2 ขาง เพอเขาจะได

ไมดง และจะไดไมตองเจบเวลาใสใหม แตเราลมคดไปวา คนทใส Tube

ไมไดหมายความวาจะตองไมรสกตวตลอดเวลา การใส Tube คางไวใน

คอ นอกจากจะเจบมากแลว ยงพดไมได บวกกบการถกมดแขน ขา ถาม

วามนทรมานขนาดไหน เวลาทเราผกยดผปวยในกรณดน เรามกจะมด

แลวมดเลย โดยไมไดประเมนวาขณะนนผปวยรตวแลวหรอยง ผปวยเอง

อยากจะบอกวาไมมดไดไหมฉนไมดงหรอก มดแลวมนทรมาน แตกพด

ไมได สอสารไมได ตรงนสะทอนการดแลของเราทยงไมเขาใจปญหาท

แทจรงของผรบบรการ

เรองอาบน าตอน 4.00 น.

ทกเชาทเราอาบน าใหกบผปวยใน ICU เราเคยรไหมวาผปวยเขา

ทกขขนาดไหน ต 4 อาบน า เชดตวในหอง ICU มแตแอร ปาบอกวามน

หนาวสดๆ อยากจะบอกวาไมขออาบตอนนไดไหม กพดบอกไมได เพราะ

ม Tube คางอย เราเคยถามเขาไหม สงทเราใหเขา ทเรากมองวาเปนสง

ทดท าใหผปวยสขสบาย แต ความรสกของ ผปวย ตอสงท เราคดวาดม

ประโยชนกลบกลายเปนความทกข ปาบอกวาพอเอา Tube ออกกบอก

พยาบาลเลยวา ขอไมอาบน าตอนต 4 มนหนาวมาก รอตอนกลางวนลก

มาเยยมคอยใหเขาเชดตวให เราดแลผปวยตามหลกการแตไมตรงความ

ตองการ

เรองเฝอกกบไมค ายน

ปาเขาเฝอก เรากแนะน าให ปาใชไมค ายน แตท าไมปาไมท า

ตามทเราแนะน า เราลองมานกยอนซวา สงทเราใหกบเขาท าไมเขาเอาไป

ใชไมได เปนเพราะเราไมไดศกษาและท าความเขาใจเขากอนหรอเปลา

ผปวย น าหนก 80 kgs กบการใชไมค ายน มนไมสอดคลองกน ผปวย

เลาวาเจบรกแรมาก เลยเ ลกไมใช เพอนบานเอา walker มาใหกใช

ไมได ใชแลวลม สรปไมวาจะเปนไมค ายนหรอ walker ไมมอปกรณชน

ไหนเหมาะกบปาเลย สดทายสงทเหมาะกบเขามากทสดคอการคลาน

โดยเฉพาะการคลานเขาหองน า ผลทเกดจาการคลานคอเฝอกสก บางลง

เปอย นม ลกชายพาปาไปโรงพยาบาลขอใหทางโรงพยาบาลเปลยนเฝอก

ใหใหม แตกไมไดรบการเปลยนเพราะเจาหนาทบอกวา ถาปาจะเปลยน

ปาตองเสยเงนเอง บตร 30 บาทของปาใชไมไดหรอกนะ การทเราไดลง

ไปศกษาและท าความเขาใจชวตปา อาชพขายหมปง ตอนนปวยตองหยด

ขายเปนเดอน ลงไปรบจางไดบางไมไดบาง ล าพงจะกนจะใชในแตละวน

ยงไมคอยจะพอ ไหนจะตองเสยคารถทตองเหมามาโรงพยาบาลอก

จะตองมาเสยคาเขาเฝอกใหมอก ปาเลยตดสนใจไมเปลยน

เจาหนาทกดเหมอนจะด ซอมเฝอกให โดยการพนเฝอกทบให

เพอใหหนาขน ซงปาใชค าวา โปะเผอก ล าพงเฝอกเดมกยากล าบากใน

การเคลอนยายอยแลว ยงจะตองมาเจอกบเฝอกทพอกหนาเพมขนมาอก

ปาบอกมนหนกมาก ตรงนเหนอะไร เราดแลแกปญหาเฝอกเสอมสภาพ

แตเราไมไดดแลแกปญหาปาทตองใสเฝอก สดทาย ปากตองกลบไป

ปรบตวเพอใหอยกบเฝอกทหนาและหนกขนกวาเดมใหได หนาทของเรา

มนไดเสรจสนแลวทโรงพยาบาล ทเหลอตองเปนหนาทของปาทจะตอง

กลบไปเรยนรและเผชญปญหาการดแลตนเองกบเฝอกทหนกและใหญตอ

เองทบาน

การลงไปศกษาในครงนท าใหเราไดเขาใจผรบบรการเพมมากขน

อยางนอยๆกมากขนกวากอนเขารบการอบรม เราไดเปลยนความคด

เปลยนมมมองของเรา ในการมองผ อนอยางเขาใจมากขน กระบวนการ

อบรมท าใหเราเขาใจคนอนไดอยางไร อยากใหพจารณาดวา อะไรทท าให

เราเปลยน ทผานมาเรามองแตโรคอยางเดยว เราไมไดมองชวตเขา จาก

การทเรามองเขาทโรค เรากเลยเอามาตรฐานโรคเขาไปจบ โดยมตวบงช

ตางๆทเกยวของทางสาธารณสขเปนเกณฑ ถาเมอไรทเราพบวา เขาไมได

ท าตามเกณฑของสาธารณสข เรากจะตดสนวา ท าไมถกตอง

ในความเปนจรง ผรบบรการเขามองชวตกบโรคของเขาแบบ

บรณาการ แตเรากลบมอง เขาแบบแยกสวน โดยเลอกมองแตโรค ไมได

มองชวต ท าใหการดแลของเราทผานมามงเนนการดแลโรคมากกวาการ

ดแลชวต ค าตอบมนจงชดเจนวาสงทเราแนะน าเขา สอนเขา ตามรปแบบ

ของโรค เขาจงน ากลบไปใชไมได มาตรฐานเรากบมาตรฐ านเขามน

ตางกน เกณฑเรากบเกณฑเขากตางกน เกณฑเราถอตามเกณฑโรค ตาม

เกณฑสาธารณสข แตเกณฑของเขาถอตามเกณฑชวต เราตองมองเขา

แบบบรณาการโรคกบชวตเขาดวยกน โดยไมแยกสวน เมอไรทเราเขาใจ

โรคในบรบทชวต เรากจะเขาใจวาการทเขาเลอกทจะท าสง ตางๆนน เปน

เพราะ นนคอชวตของเขา

เกดอะไรขนเมอเรามองเขาอยางเขาใจ บรการกจะถก

ปรบเปลยนอยางพอเหมาะพอดกบเขา ทายทสดทงเราและเขากไดรบสง

ดๆ เชน จากทเราไมเคยจะยดยนใหกบเขา เรากปรบมายดหยนมากขน

บรการทเคยเอาเราเปนศ นยกลางกจะถกปรบเปนมองทผปวยเปน

ศนยกลางมากขน ประเดนทมองวาผ รบบรการ เปนศนยกลางกไมได

หมายความวา เราตองท าตามความตองการของผ รบบรการทกเรอง แต

เราจะเลอกทจะท าไดอยางเหมาะสมบนความพอด แมแตการสอสาร

ของเรากบเขากจะชดเจนมากขน แตกอนเรามกจะปดกนไมฟงผรบบรการ

และตดสนเขาตามความคดเรา เรากจะปรบเปนการฟงผ รบบรการมาก

ขน ปรบเปลยนมมมองของตนเอง ทจะยอมรบและเขาใจผ รบบรการ

ทงหมดนเกดขนไดอยางพอด เพราะอะไร เปนเพราะเราไดเปลยนมมมอง

โดยหนมามองโรคอยางเขาใจชวต ใชไหม

ตวอยางท 2

เปนการชให เหนการปฏบตงานในระบบบรการสขภาพ ท

เจาหนาทมมมมองเฉพาะตนเองโดยไมไดมองในมมมองของผรบบร การ

ท าใหไมเขาใจ จนเกดเปน ปญหาความขดแยง ซงปญหาเหลานมกจะ

เกดขนบอยในระบบบรการสขภาพ การสะทอนคดและชประเดนจงมงให

ผ เขารบการอบรมไดมองอกมมมอง ทไมใชการมองทตนเองเพยงอยาง

เดยว เปนการปรบทศนคตของผเขารบการอบรม เพอใหมองเหนตนเอง

และมองเหนและเขาใจผรบบรการ หากเขาตองเปนผรบบรการบาง เขาจะ

เลอกปฏบตตามทผรบบรการปฏบตตอเขาหรอไมอยางไร เปนการสะทอน

กลบไปทความคด ซงจะชวยใหมองเหนและเขาใจผรบบรการไดอยางเปน

รปธรรมมากขน เมอไรทความคด ของผใหบรการเปลยน อคตทมอยใน

ตวเองกจะลดลง ตวอยางทน าเสนอเปนเรองราวของคณลงทานหน งมา

โรงพยาบาลดวยอาการเหนอยหอบมาก แพทยใหการรกษาโดยใส

Endotracheal tube และใหนอนสงเกตอาการทหองฉกเฉน

ผปวยไมใหความรวมมอ ดนพยายามจะดง Tube ออก พยาบาลจงผกมด

ผปวยเพอปองกนการดง Tube สถานกาณ โดยรวม มผปวยเขารบการ

รกษาจ านวนมาก ในระหวางทผปวยนอนพกในแผนกฉกเฉน ผปว ยม

อาการหนาว ญาตจงมาขอผาหมจากพยาบาล ไมนานผปวยไมสขสบาย

ญาตจงขอหมอน และสดทายผปวยทรมานมากทตองใส Tube ญาตจง ไป

ขอใหพยาบาลเอา Tube ออกให ในขณะทมญาตอกคนมาเยยม เหนพอ

ของตนเองถกมดแขนไว ดวยความสงสารและเปนหวงพอจงพดวา ท า

อยางนไมไดนะ มนผดกฏหมา ย” พยาบาลไมพอใจจงพดกบเพอน

รวมงานวา “พหมดความอดทนแลว ดแลมาตงแตสองทม ญาตก

วนวาย ใครจะดตอกเชญ”

สาระของการชประเดน

จากขอมลทเพอนน าเสนอ เราเหนอะไร สงหนงทอ ยากจะ

สะทอนใหทกคนไดเหนคอ ปญหาตางๆทเกดขนในระบบบรการสขภาพ

เราคงตองยอมรบวา สวนหนงเปนผลมาจากความคดของเจาหนาท ทคด

บนพนฐานของความไมเขาใจผรบบรการ กรณตวอยางญาตต าหนเรา

เรองการ ผกมดผปวยซงเปน พอของเขาวา “ท าอยางนไมไ ดนะ มนผด

กฏหมาย” จากสภาพการท างานในหองฉกเฉนทมแตความ ตรงเครยด ม

case เขามาตลอดเวลาซงเปนความกดดนในขณะท างาน ถาเปนเรา ได

ยนญาตต าหนอยางน และเราไมเขาใจญาต เรากคงตองรสกโกรธญาต

การทเรา โกรธ เพราะเราไปคดวาตลอดเวลาตงแตผ ปวยเขาม า

Admited ผปวยและญาตมปญหาวนวายมาโดยตลอด ประกอบกบ

การถกตอวายอมเปนธรรมดาของคนทวไปทความรสกอดทนจะตองลดลง

และการทพยาบาลพด กบเพอนรวมงานวา “พหมดความอดทนแลว

ดแลมาตงแตสองทม ญาตกวนวาย ใครจะดตอกเชญ ”เปนสงท

สะทอนวา พยาบาลรสกทอ และหมดความอดทน

อะไรท าใหพยาบาลมองวาญาตวนวาย จนท าใหเขาหมดความ

อดทน เปนเพราะตลอดเวลาทผปวยเขา Admited ญาตจะมาขอผา

หม สกพกกมาขอหมอน อกสกพกกมาขอใหเอา Tube ออกใหผปวย

เจาะเลอดตรวจ Lab กเจาะยากผปวยดนตลอดเวลา แถมมลกชายคน

เลกมาจากไหนกไมร ยงมาตอวา ไมใหมดพอของตนเอง อก และทส าคญ

เอากฏหมายมาข ถาคดตามมมมองของเรา เรากตองโกรธ แตอยากให

มองในมมมองของผปวยและญาตบาง ทเราบอกวา เราดแลเขามาตงแต

2 ทมเราไดดแลเขาตามความตองการของเขาแลวหรอยง ใน ER ทตด

แอร อากาศหนาวขนาดนน เราใชผาปทนอนหมใหเขาเพยงผนเดยว ถา

เปนเรา เราจะหายหนาวไหม และทส าคญผปวยเปนผสงอาย ความอดทน

ตออากาศหนาวจะมากหรอนอยกวาคนปกตทวไป ถาเปนญาตเราหนาว

เราจะไปขอผาหมจากพยาบาลมาใหญาตเราไหม

เขาเปนลก เขายอมตองสงสารพอเขา และทส าคญเขาไปหยบเอง

ไมได เราตองเขาใจโรงพยาบาล ไมใชบาน ทจะสามารถหยบอะไรไดตาม

ความตองการ การทเรามองวาเราไดดแลเขาแลว แตสงทเขาไดรบอาจจะ

ยงไมเพยงพอกบความตองการของเขา การทเขาตองขอหมอนเพม เพราะ

เขานอนไมสบาย เราใส Endotracheal tube ใหเขา แตไมใหเขา

หนนหมอน การทเขาขอ เพราะทเขานอนอยนน มนไมสขสบาย แตเราไป

เขาใจวาการท เรายกหวเตยงใหสงขนมนก OK แลวแตส าหรบ

ผรบบรการเขายงไม Ok ทงหมดเราคงตองยอนมามองวา เรามองตาม

มมมองของเรา แตไมไดมองในมมมองของผรบบรการ เรายงดแลเขาไมได

ตามปญหาแ ละความตองการของเขา ตรงน จงอยากใหเรามมมมองอก

ดานทจะท าใหเราเขาใจผรบบรการ

เราบอกวาเราตองผกมดเขาเพราะเขาดน และเรากบอกวาเขา

รตว เขาจะดง tube เราเคยท าความเขาใจกบเขาไหมวาท าไมเขาจ ง

อยากทจะดง tube ทผานมาเราอธบายแตญาต แตเราไมไดอธบายให

ผปวยเขาใจ เราขออนญาตญาตในการผกมดผปวย แตเราไมไดบอก

ผปวยทงทผปวยร สกตวเพยงแตพดไมได ผปวย เขาไมเขาใจวา เราท า

อยางนนกบเขาไปเพออะไร ถาเราเปนผปวย ตองใส tube ถกมด แถม

พดไมได เราจะดนและอยากทจะเอา tube ออกไหม

เราเคยเขาใจความรสกของคนทถกใส Tube ถกมดมอทง 2

ขาง และพดไมไดวาเขามความรสกอยางไร เราลองมองมาทตวเอง ถา

เปนเราเปนชาวบานทไมเขาใจเหนพอถกผกยด ดน มนเปนภาพทครงหนง

กเคยเหนวาแมถกกระท าอยางนมากอน สดทายแมกเสยชวต ถามวาถา

เปนเรา เราจะรสกอยางไร ค าพดของญาตทสะทอนวาไมพอใจนน ถาเรา

พจารณาใหด มนเกดจากการทเขาไมเขาใจการดแลของเรา

เราใหเขานอนสงเกตอาการทหองฉกเฉน (ER)เรากไมไดไ ปบอก

เขา วาท าไมเราไมยายเขาไปนอนในหอผปวย ใน เราไมอธบายใหเขา

เขาใจวา ท าไมหมอจงตองใหเขาอยทนกอนไมยอมยายพอเขา เขาไปตก

ผปวยใน ญาตเขาไมเขาใจ ค าพดของเขาจงออกมาวา สงสยตอง ใหพอ

รออยางนถงเชา ทงหมดเปนเพราะเราไปคดวาสงทเราท า ใหเขา เราดแล

เขา มนดส าหรบเขาแลว เพยงพอแลว แตแททจรง ไมวาจะเปนเรอผาหม

หมอน หรอแมแตค าอธบายทใหกบผปวยนน มน ยงไม เพยงพอส าหรบ

ผปวยและญาตเขาจงไมเขาใจ

ตราบใดทเรายงมองสงตางๆไปตามความคดของเรา เรากจะมอง

ไมเหนความคดของคนอน เมอเรามองไมเหนความคดของคนอน เรากไม

มวนทจะเขาใจเขา ไมวาจะมองกครง หรอจะลงไปศกษากครง ถาเรามอง

ตามเรา วนนถาเรายงมองแบบเดม มองตามมมมองของเรา คดตาม

ความคดของเรา โดยไมเปดใจทจะมองผปวย ไมมองทความคดของผปวย

ใหมองกครง กครงเรากยงคงเหมอนเดมคอ ไมเขาใจเขา ทงหมด มน

สะทอนความไมเขาใจ สะทอนการดแลทยดทตวเราเปนศนยกลาง และท

เราบอกวา เราดแลเขาตามปญหาและความตองการนน แทจรงมนตรง

กบปญหาและความตองการของเขาจรงหรอยง

ตวอยางท 3

เปนการสะทอนคดและชประเดน การใหบรการ ของเจาหนาท ใน

ระบบบรการสขภาพทมงเนนการรกษาโรค แตยงขาดการ ท าความเขาใจ

กบปญหา และขอจ ากดทแทจรงของผรบบรการ ตวอยางทน าเสนอ

ตอไปนเปนเรองราวของคณลงทานหนง ทปวยเปนเบาหวานและมแผลท

เทาญาตน าสงโรงพยาบาลดวยอาการชอคหมดสต แผลทเทาตดเชอมาก

แพทยตองตดสนใจรกษาดวยการตดขาขางทมแผลตดเชอ โดยภรรยาเปน

ผ ยนยอมในขณะทผปวยไมรสกตว ภายหลงจากทคณลงฟนกพบวาขา

ของตนเองถกตดไปแลว คณลงเสยใจมาก เอะอะโวยวาย และโกรธภรรยา

ทยนยอมใหแพทยตดขาของตนเอง หลงจากอาการดขนและไดกลบไปพก

ฟนทบาน ภรรยาตองออกไปท างานนอกบานทกวน คณลงจงตองปรบตว

เพอทจะอยใหได และมความหวงวาจะตองเดนไดเหมอนเดม เพอจะได

กลบไปท างานไมเปนภาระกบครอบครว ลงเลาวาหลงถกตดขาเคยทอแท

สนหวง และทกขใจมาก จนคดฆาตวตาย แตพอเหนวายงมคนเขาล าบาก

กวาตนเองอกเยอะ กมก าลงใจทจะตอสและอยใหไดตอไป

สาระของการชประเดน

ทเพอนเลา Case คณลงถกตดขา เราฟงแลว เราไดเหนอะไร

เราเคยไดศกษาหรอท าความเขาใจไหมวาคนท เขาถกตดขา เขาทกข

มากมายขนาดไหน โดยเฉพาะคนทไมเคยไดรบรมากอนเลยวาจะตองถก

ตดขา พอฟนขนมา กพบวาตวเองไมมขาแลว เราเคยไดท าความเขาใจ

ไหมวา คนทถกตดขาเมอกลบไปอยทบาน ตองเรยนร และปรบตวอยางไร

และตองใชเวลานานแคไหนกวาเขาจะสามารถปรบตวได

ชวตของคณลงตองเปลยนไปมากภายหลงถกตดขา ตองปรบตว ตองเรยนรทจะดแลตนเอง ไมวาจะเปนเรองการฝก ใช walker กวาจะสามารถท าใหขากบ walker สมพนธกนและสมพนธกบสภาพแวดลอมในบาน มนเปนเรองยากส าหรบคนทเหลอขาเพยงขางเดยว ลงเลาวาตองลมหลายครงเนองจากสภาพบานของลงนอกจากคบแคบยงมพนทตางระดบนอกจากนยงมเรองการจดการกบ เรองการขบถายของตนเอง หรอแมแตเรอง การสวมกางเกง ซงเราเองไมเคยไดรบรเลยวา สงตางๆเหลาน ผรบบรการเขาตองปรบเปลยนเรยนรดวยความยากล าบาก อยางไร กวา

จะสามารถจดการกบชวตในเกดความพอดและลงตวได ตองใชเวลาเปนเดอน กวาจะดแล ชวยเหลอตนเองได

คณลงถกตดขา โดยไมไดรบการเตรยมใจมากอน การท

หมอเลอกวธการรกษาเพอชวยชวตผปวยในภาวะวกฤต เปนมมมองของ

การการรกษาโรค คณลงทกขมาก แต ไมมใครมาถามมาท าความเขาใจ

ทกขของคณลงหลงถกตดขา ท าใหมองไมเหนความรสกทเปนความทกข

ของผปวยรายนกบการทเขาตองเสยขาของเขาไปโดยไมไดตงตว ไมได

เตรยมใจกอนเลย ตนขนมากพบวา เขาไมมขาแลว ถามวามใครบ างท

เขาใจความรสกของเขา ทส าคญเขาถกจบใหปมลายมอเพอใหความ

ยนยอมในการตดขาของตวเองทงทเขาไมไดเตมใจเลย ซงเปนธรรมดาท

เขาจะตองโวยวาย หลงจากฟนขนมาและทราบวาเขาถกตดขาไปแลว

ดวยความยนยอมของตนเอง โดยมภรรยาเปนคนจดการ เขาจงโกรธมาก

ท าไม ทผานมาท าไมเจาหนาทจงมองไมเหนทกขของลง แตท าไม

วนนเราจงมองเหนทกขของลง เมอไรทเจาหนาทมองไมเหนทกข เขากจะ

ไมไดมอง วาลงตองการการดแลอยางไร วนนเรามองเหนทกขของลง

เขาใจในความทกขของลง เราทกคนในกลมจงไดชวยก นเสนอแนวทางท

จะชวยใหลงไดกลบไปเดนไดเหมอนเดม อกประเดนทอยากจะสะทอนให

เหนคอเรองการรบประทานอาหาร เรากบผรบบรการกมองไมเหมอนกน

เรามองวาเขาเปนเบาหวาน เขากตองกนอาหารทไมขดกบโรค งดของ

หวาน รบประทานอาหารทมประโยชน แตลงเขากลบไมไดมองเหมอนเรา

อาหารทเขาไดกนในแตละมอ ไมไดถกเตรยมตามหลกการทเราคดวา

จะตองเหมาะกบโรค แตอาหารทกน มนขนกบผดแลทจะจดหามาใหใน

แตละมอ ลงบอกวา ซออะไรมาใหกกน ถาอรอยกกนหมดวนไหนไมอรอย

กกนนอยหนอย กนตามความสะดวกของคนซอ ไมไดมองวาอาหารจะขด

หรอไมขดกบโรค อยางทเรามอง หรอเราแนะน า แมแตเรองของการสวม

รองเทาในขณะอยทบาน โดยหลกการเรากมกจะใหค าแนะน าวา เปน

เบาหวาน โอกาสเกดแผลไดงาย ตองสวมรองเทาเดนในบาน อนนกเปน

ค าแนะน าตามหลกวชาการ แตเมอเราไปศกษาและท าความเขาใจสภาพ

จรงแลว กพบวา เขาท าอยางทเราแนะน าไมได เพราะพนบานของเขาป

เสอน ามน ในบางชวงมเสอทขาด และการสวมรองเทาเดน เขาเองกเดนไม

ถนด เทากบการเดนดวยเทาเปลา ตรงนสะทอนคดอะไรใหกบเรา

ค าแนะน าตามหลกการทเรามองวาด เหมาะสมและเปนประโยชนตอ

ผรบบรการ แตท าไมเขาถงไมท าตามเรา เรามองวา การสวมรองเทาจะท า

ใหเขาปลอดภยจากการเกดบาดแผล แตในมมมองของเขา เขากบมองวา

การปฏบตตามเรานนแหละเขาจะไมปลอดภย เพราะมนเสยงทจะหกลม

ได จะเหนวาการใหค าแนะน าโดยปราศจากการท า ความเขาใจกบสภาพ

ความเปนจรง ผรบบรการเขากน ากลบไปใชไมได และจะมประโยชนอะไร

กบสงทเรามองวามนด แตถาในมมมองของผรบบรการเขาบอกวา มน

ไมไดดเหมอนอยางทเราคด และเขากไมไดปฏบต สงทเราใหกบเขามนก

เปนการสญเปลา

ผปวยรายน ตดขาเปนเรองทยงใหญมากส าหรบคนๆหนงเพราะ

มนกระทบตอชวตและความเปนอยของผรบบรการ ตรงนหมอมองไมเหน

รวมทงพยาบาลทดแลผปวยในหอผปวยตลอด 14 วน กนาจะมองไมเหน

ผลกระทบทเกดขนกบผปวยวาเมอถกตดขาไปแลว ผปวยตองด าเนนช วต

อยางไร

ท าไมผปวยจงไมไดรบการเตรยมความพรอมกอนกลบบานเลย

ผปวยตองมาเรยนรทจะปรบตวเพอใหสามารถใชชวตอยกบโรคได มนเปน

ความยากล าบากไมเพยงแคการปรบตวเพอยอมรบกบการทไมมขา

เทานน แตตองปรบตวเพอใหสามารถด ารงชวตอยไ ด แมวาทกขของ เขา

จะมากมาย แตผรบบรการกเรยนรทจะตองอยใหได การทเราไปคย กบลง

เราจงเขาใจวาลงทกขใจมาก ทตองเสยขา ดงนนเรองการใสขาเทยม เปน

ความหวงสดทายทจะท าใหลงเดนได ไปไหนมาไหนได ไปท างานได

เหมอนเดม ไมตองเปนภาระ กบคนอน แตเรากพบวา ลงไมไดรบการ

เตรยมความพรอมเพอการใสขาเทยมเลย ไมมใครสอนแกเรองการพน

Stump คนทท าแผล กท าแผล ผาทพนกคอการพนแผล แตไมไดพน

Stump ตอนนแผลด กไมไดพนแลว สะทอนวาเรามองแคทเหนจรงๆแต

ไมไดมองตอไปถง ชวตทยากล าบากกบการทไมมขา และไมเขาใจวาขาม

ความส าคญกบเขาขนาดไหน ลงอยากกลบไปใชชวตแบบเดม อยาก

อยากท างานอยากมรายไดเหมอนเดม ยงรบไมไดทตองพงพาคนอน

เราฟงเรองราวทงหมดของลง สะทอนอะไรกบเรา การทคนเราจะ

ปรบตวเพอใหสามารถอยกบ โรคไดนน ไมใชเรองงายอยางทเราคด สง

ตางๆทเขาปฏบต ไมวาจะเปนการเรยนรเกยวกบการเดน การอาบน า การ

ใสกางเกง ทงหมดทผานมา การวางแผนการจ าหนายผปวย

(Discharge Plan) ของเรา เพยงพอกบการน าไปใชในการดแล

ตนเองของผปวยไหม ทผานมาเร าแนะน าเขาไปตามหลกการท าง

วชาการ แตสงทเขาปฏบตต องใชหลกความเปนจรงในชวต ค าแนะน าท

ปราศจากการท าความเขาใจชวตและขอจ ากดจงน ากลบไปใชไมได ชวต

ของคนแตละคนยอมไมเหมอนกน ดงนนการทเรามกจะใหค าแนะน าแบบ

เดยวกนกบผปวยทกรายทปวยดวยโรคเดยวกน เหมอนตดเสอโหลใหทก

คนใส ยอม จะตอง ไมพอดเทากบ ตองวดตวของใครของมน การให

ค าแนะน าจงไมใชแบบยกโหล เราจงตองท าความเขาใจ กบปญหา

เงอนไขและขอจ ากดของเขา กอนแนะน า เพอเราจะไดวางแผนดแลเขาได

สอดคลองกบปญหา และทส าคญผรบบรการสามารถน ากลบไปใชในการ

ดแลตนเองได

ตวอยางท 4

ชาวบานอยอยางไรกบโรคทเขาเปน ซงในการอบรมปรบกระบวน

ทศนในระยะท 1 เราตองการใหผ เขารบการอบรมไดท าความเขาใจชวต

ความคด และพฤตกรรมของชาวบาน เพราะชาวบานแตละคนตางม

บรบทชวตทมความแตกตางกน คนทฐานะทางเศรษฐกจคอนขางด จะ

มทางเลอกในการดแลสขภาพทดกวาและมากกวาคนทมบรบทชวตทตอง

ดนรน ตองท ามาหากน มขอจ ากดในการทจะเลอกอาชพ ซงมทางเลอก

ไมมากหรอบางคนไมมทางเลอกในการแสวงหาการดแลสขภาพตนเอง

แตพยายามทจะอยกบโรคทเปนใหสมดลกบการอยกบชวต ดงตวอยาง

คณลงอาย 65 ป ปจจบนอยกบภรรยา ลกสาวคนเลก และ

หลานอก 2 คน อาชพรบจางทวไป คณลงเลาวา “จะรบจางท างานทก

อยางทเขาจาง เพราะตองกนตองใช แตกไมเคยพอกนซกท เพราะม

หลายปาก รายไดไมแนนอนขนอยกบงานทเขาจาง ” คณลงปวยเปน

เบาหวานมา 15 ป ชวงทเปนเบาหวานมาได 5 ป คณลงเลาวา “มแผลท

เทาปวดมาก หมอบอกตองตดเทา แตคณลงบอกหมอวาไมตด หลงจาก

นนกไมไปหาหมออกเลย รกษาดวยการพอกใบต าลงจนแผลหาย ยาก

กนของหมอเขานนแหละ แตไมไปท าแผล แตพอแผลหายไปไมนาน กม

แผลทนวเทาใหมอก แตคราวนเหนวาเปนไมมาก จงไปใหหมอดแล

เหมอนเดม คณลงยอมใหตดนวเทาไปทละนว แตไมใหตดขา เพราะ

กลวไมมใชงาน ถาถกตดขาตองแยแน เพราะจะท าใหเดนล าบาก

ท างานล าบาก เพราะงานทท าสวนใหญตองใชเทา ” คณลงมกจะไป

โรงพยาบาลไมตรงตามนด คณลงบอกวา “เวลาไปไมตรงนด ทาง

โรงพยาบาลกจะวาตลอด แตทคณลงไปไมตรงนดเพราะตองรอคาน ามน

ซงลกสาวคนเลกจะจายคาน ามนใหไปโรงพยาบาล แตตองตรงกบวน

เงนเดอนออกเรยกวาเปนวก คอ ทก 10 วนท างาน ซงจะไมตรงกน แต

คณลงไมเคยขาดยา คณลงใชวธไปกอนนดสก 2-3 ครง จนท าใหมยา

ส ารองไวจ านวนหนง จงไมมปญหาขาดยา”

สาระของการชประเดน

จะเหนวาคณลงเปนอกตวอยางหนงทตองใชชวตทดนรน ท าทก

อยางเพอใหมรายไดเลยงปากเลยงทองคนในครอบครว เขาไมไดมอง

สขภาพอยางเดยว และไมไดใหความส าคญกบการดแลสขภาพมาเปน

อนดบแรก แตยงใหความส าคญกบเรองปากทอง การท ามาหากนเพอให

มรายไดไปพรอมๆกน เพราะเมอไหรทขาดงาน นนหมายความวารา ยได

จะหายไป กระทบกบคนในครอบครววาจะกนจะใชอยางไร อก

ประเดนทจะชวนใหคด คอ เราคดวาผดไหมกบการท คณลงปฏเสธการ

รกษาโดยการตดขา หรอการไมปฏบตตามค าแนะน าในเรองการมาตรวจ

ตามนด และใครหละทเปนคนตดสนวาผด การตงประเดนเชนนก

เพราะวา เจาหนาทสาธารณสข หรอแพทยมกจะมองวาเปนเรองงายๆใน

การทบอกใหผปวยปฏบตตามแนวทางการรกษาหรอตามค าแนะน าและ

ผปวยควรทจะปฏบตตามดวย เพราะถาเมอไหรทเรามองทโรคอยางเดยว

และตงกรอบไววาผปวยตองปฏบตตามค าแนะน าเราเทานน เรากจะใช

ความคดไปตดสนตวผปวยวา ปฏบตไมถกตอง ซงเปนเหตผลทมาจาก

การมองโรค การทเจาหนาทแนะน าใหคณลงตดขา เพราะเรามองวานน

คอวธการรกษาทดทสด และเจาหนามกทจะชนและเหนอยบอยๆกบการ

รกษาผปวยทเปนเบาหวานทตองตดเทา อาจจะมองวาเปนเรองธรรมดา

ส าหรบการรกษา ถาเรามองเพยงเรองโรคและการรกษา เราจะแนะน าให

ตดขาเพอรกษาชวต แตถามองในชวตของ คณลงคงไมใชเรองธรรมดา

ส าหรบเขาแนนอน ขาเปนสวนหนงของชวตทตองรกษาไวใหนานทสด

เพอหาเงนเลยงชวตและคนในครอบครว และการทคณลงไมสามารถไป

ไดตรงตามนดและยอมใหเจาหนาท ต าหน ทกครงเมอไปโรงพยาบาล

เพราะ คณลงไมมเงนทจะไปโรงพยาบาล ตองรอเงนจากลกสาว ซง

เงนเดอนออกไมตรงกบวนทตองไปโรงพยาบาล คณลงกจะหาวธทจะท า

ใหตนเองไมขาดยาโด ยการไปกอนวนนด 2-3 ครงเพอใหมยาส ารองไว

พฤตกรรมทเกดขนเหลานมเหตผลหลายๆอยางเขามาประกอบ มเหตผล

ของการแสดงพฤตกรรม เปนกระบวนการแกปญหาเพอจะพงตนเองใหได

มากทสด วธการเหลานเราเคยรหรอเขาใจวธการจดการตนเองของผปวย

กอนมาโรงพยาบาลหรอไม คณลงมเหตผลทตองท าอยางนน และการท

คณลงถกวาตลอดเมอไมไปตามนด มนสะทอนอะไร สะทอนวาเราไม

เคยทจะไปท าความเขาใจพฤตกรรมของ คณลงทท าไมคณลงถงท าอยาง

นน ถาเราไมเขาใจเหตผลหรอทมาทไปของพฤตกรรม และไมสนใจ

เหตผลทผปวยบอก การบรการของเรากเหมอนเดม ท าตามหนาทและ

กรอบทฤษฎทเรายดตดมาตลอด สดทายผปวยกตองจ ายอมใหถกต าหน

ตอวาเมอมาโรงพยาบาลดวยขอจ ากดของบรบทชวตทลงไมมทางเลอก

ถามามองมมมองของคน 2 คน ทมองเรองโรคเดยวกน เชน

โรคเบาหวาน เจาหนาทสาธารณสขจะมองวา ผปวยตองปฏบตอยาง

เครงครดในเรองการควบคมอาหาร การมาตรวจตามนด หามขาดยา

เมอไหรไมปฏบตตาม ถอวาปฏบตไมถกตอง เพราะเรามกรอบในการ

ตดสนใจชาวบานเสมอวาถกหรอผด

ถาในมมของชาวบาน เขาไมไดมอง เรองโรคหรอสขภาพเพยง

อยางเดยว แตเขามองสขภาพ ปากทอง รายได ไปพรอมๆกน เพราะม

ผลกระทบตอกนทงหมด อยดวยความสมดลทง 2 อยาง ชาวบานไมได

มองวาสงทตวเองท าถกหรอผด เพราะเขาตองท าในสงทมนสมดลกบชวต

ของเขาใหมากทสด เพราะชวตคนบางคนไมมทางเลอก บรบทชวตเปน

อยางไร ตองปรบและใชศกยภาพตามบรบทของชวตหรอทกสงทอย

รอบตวในการแกปญหา เพออยกบโรคใหได

สรป

จากตวอยางทไดน าเสนอมาแลวนน จะเหนวา การดแลสขภาพท

ผานมาบคลากรสขภาพจะใหความส าคญกบโรคทผ ปวยเปนมากกวา

การท าความเขาใจกบชวต เงอนไข และขอจ ากดของผรบบรการ หลาย

กรณศกษาสะทอนวา การดแลโรคโดยไมท าความเขาใจกบชวต หรอการ

ใหการดแลทไมเขาผรบบรการนอกจากจะไมไดผลแลว ยงท าใหเกด

ปญหาความขดแยงในระบบบรการสขภาพ ดงนนการท า ความเขาใจกบ

ปญหา และขอจ ากดของผรบบรการจงมความส าคญ

เอกสารอางอง

กลยา ศรมหนต.ประสบการณการสอน การวางแผนการดแล

สขภาพตามสภาพจรง. กรงเทพฯ : จรลสนทวงศการพมพ

,2556

จรยา อนทนา และคณะ. วจยประเมนผลโครงการจดอบรมเชง

ปฏบตการ การพฒนากระบวนทศน ในการบรการ ดวย

หวใจความเปนมนษย . วทยาลยพยาบาลบรมราชชนนราชบร ,

2554

เพญจมาศ ค าธนะ และคณะ. ตนแบบการสอนบรณาการชดวชา

การพยาบาล.วทยาลยพยาบาลบรมราชชนน ราชบร,2554

สาลกา เมธนาวน (บรรณาธการ). เอกสารประกอบการประชม

วชาการสถาบนพระบรมราชชนก ประจ าป 2553 ชวตคอ

การศกษาการศกษาคอชวต.2553

วทยาลยพยาบาลบรมราชชนนราชบร.รายงานสรปประเมนผลการ

ด าเนนงานโครงการจดอบรมเชงปฏบตการ การพฒนา

กระบวนทศนในการบรการดวยหวใจความเปนมนษย

รนท 1,2,3,4 ปงบประมาณ2553-2554

สถาบนพระบรมราชนก. ฝากไวใหศษย หลกการคดเพอพฒนา

สขภาพ.จรลสนทวงศการพมพ จ ากด.2554

สาลกา เมธนาวน (บรรณาธการ)เอกสารประกอบการประชม

วชาการ สถาบนพระบรมราชชนก ประจ าป 2553 ชวตคอ

การศกษา การศกษาคอชวต.

สพตรา ศรวณชชาการ(บรรณาธการ)เอกสารประกอบการประชม

เครอขาย การวจยเพอสรางองคความรดานสขภาพชมชน

top related