หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ผู้บัญชาการ...

Post on 23-Jun-2020

7 Views

Category:

Documents

0 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

หนวยการเรยนรท 4 ผบญชาการเหตการณ

และกลมภารกจขอมลและยทธศาสตร

1. มความร ความเขาใจในบทบาท หนาทผบญชาการเหตการณ 2. สามารถปฏบตหนาทผบญชาการเหตการณได 3. มความร ความเขาใจในบทบาทหนาท กลมภารกจตระหนกร

สถานการณ 4. มความร ความเขาใจในบทบาทหนาท กลมภารกจยทธศาสตร

วตถประสงคการเรยนร

ระบบบญชาการเหตการณฉกเฉนทางสาธารณสข

situation

สอสารความเสยง Case Management Operation PoE

• ภารกจ • แนวทางการปฏบต • การสงการ

หนวยสนบสนน Stockpiling | กฎหมาย | การเงนและงบประมาณ | ก าลงคน

ผบญชาการเหตการณ ผบญชาการ

ฝายขอมลและยทธศาสตร

ผปฏบต

Liaison

ขอมล

หนวยการเรยนรท 4

SAT ยทธศาสตร

การบญชาการเหตการณ

1. ระบบบญชาการเหตการณฉกเฉนทางสาธารณสข

2. การแตงตงผบญชาการเหตการณ

3. บทบาทหนาทของผบญชาการเหตการณ

4. การบรหารโดยยดวตถประสงค (Management by objectives: MBO)

5. สงทผบญชาการเหตการณตองค านงถงในการจดการสาธารณภย (4C: Command, Communication, Coordination and Control)

การแตงตงผบญชาการเหตการณ

• ผบงคบบญชาสงสดขององคกรจะเปนผแตงตงผบญชาการเหตการณ ระดบกระทรวง – ปลดกระทรวงสาธารณสขเปนผแตงตงผบญชาการเหตการณ ระดบกรม – อธบดเปนผแตงตงผบญชาการเหตการณ ระดบเขต – ผตรวจราชการ สธ. เปนผแตงตงผบญชาการเหตการณ ระดบจงหวด – นายแพทยสาธารณสขจงหวดเปนผแตงตงผบญชาการเหตการณ

• ผบญชาการเหตการณมหนาทตองรายงานผลการปฏบตงานตอผบงคบบญชา

• ก าหนดวตถประสงคและเปาหมายของการบญชาการเหตการณ • ตดตามสถานการณของเหตการณ • จดล าดบความส าคญของกจกรรมตามแผนปฏบตการตอบโตภาวะฉกเฉน (Incident Action Plan: IAP) โดยค านงถงความปลอดภยของผปฏบตงาน

• ตดตาม ประเมน และแกไขปญหา การด าเนนงานในสวนตางๆ ของระบบบญชาการเหตการณ • บรหารจดการทรพยากรตางๆ ของระบบบญชาการเหตการณ • ประสานระดบนโยบายและหนวยงานทเกยวของภายนอกองคกร • ตดสนใจ ยกระดบ – ลดระดบ ศนยปฏบตการภาวะฉกเฉนฯ (Emergency Operations Center, EOC) และสงการหนวยยอยในระบบบญชาการเหตการณ

• เสรมสรางขวญและก าลงใจในการปฏบตงานใหแกผปฏบตงาน

บทบาทหนาทของผบญชาการเหตการณ

การบรหารโดยยดวตถประสงค 1. สรางความเขาใจนโยบายและแนวทางปฏบตของกลมภารกจ (Understand agency policy and direction)

2. ประเมนสถานการณ (Assess Incident Situation)

3. ก าหนดวตถประสงคในการจดการกบเหตการณ (Establish Incident Objectives)

4. เลอกกลยทธทเหมาะสมเพอใหสามารถบรรลวตถประสงค (Select appropriate strategy or strategies to achieve objectives)

5. ด าเนนการตามกลยทธ (Perform tactical direction)

6. ก ากบ ตดตามการด าเนนการตามกลยทธ

สงทผบญชาการเหตการณตองค านงถงในการจดการสาธารณภย

(4C)

• การบญชาการ (Command) • การสอสาร (Communication) • การประสานงาน (Coordination) • การควบคมสถานการณ (Control)

situation

สอสารความเสยง Case Management Operation PoE

• ภารกจ • แนวทางการปฏบต • การสงการ

หนวยสนบสนน Stockpiling | กฎหมาย | การเงนและงบประมาณ | ก าลงคน

ผบญชาการเหตการณ ผบญชาการ

ฝายขอมลและยทธศาสตร

ผปฏบต

Liaison

ขอมล

กลมภารกจตระหนกรสถานการณ

ระบบบญชาการเหตการณฉกเฉนทางสาธารณสข

SAT ยทธศาสตร

กลมภารกจตระหนกรสถานการณ (Situation Awareness Team, SAT)

เปนกลมภารกจทรบผดชอบงาน • เฝาระวงเหตการณผดปกต ทมผลกระทบตอสขภาพของประชาชน • ประเมนสถานการณการระบาดของโรค/ภยสขภาพทงในและตางประเทศ • จดท าขอเสนอเชงนโยบายหรอมาตรการปองกนควบคมโรค/ภยสขภาพ • เสนอ เปด EOC

บทบาทหนาทของ SAT ในภาวะปกต

แหลงขอมล ตรวจสอบขาวการระบาด

ขาวลอ ไมเปนจรง

ยนยนการระบาด

เปนจรง

ประเมนความเสยงของเหตการณ

ทม Operation ในพนทปฏบตการ

ไมรนแรง ขอการสนบสนนทม Operation สวนกลางรวมปฏบตการ

รนแรง

รายงานสถานการณใหทมตระหนกรสถานการณทราบและจดท ารายงานสรปเหตการณเสนอตอผบรหาร

ประสานขอมลกบผมความเชยวชาญเฉพาะดาน (SMEs)

รายงานเหตการณเรงดวน ตาม DCIR (Director Critical Information Requirement) ใหผบรหารทราบภายใน 30 นาท หลงไดรบทราบเหตการณ

บทบาทหนาทของ SAT ในภาวะฉกเฉน

• ตดตาม เฝาระวง ประเมนสถานการณ อยางใกลชด • ประสาน เชอมโยงขอมลกบหนวยงานตางๆทเกยวของ • จดท าฐานขอมลใหพรอมใช • ก าหนดทางเลอกในการตอบโตภาวะฉกเฉน รวมกบทมยทธศาสตร • จดท าสรปสถานการณโรคและภยสขภาพ • เสนอขอพจารณา ปด EOC

situation

สอสารความเสยง Case Management Operation PoE

• ภารกจ • แนวทางการปฏบต • การสงการ

หนวยสนบสนน Stockpiling | กฎหมาย | การเงนและงบประมาณ | ก าลงคน

ผบญชาการเหตการณ ผบญชาการ

ฝายขอมลและยทธศาสตร

ผปฏบต

Liaison

ขอมล

กลมภารกจยทธศาสตร

ระบบบญชาการเหตการณฉกเฉนทางสาธารณสข

SAT ยทธศาสตร

รนแรงนอย

ขยายความรนแรง ผบญชาการเหตการณ - สงการใหมทมปฏบตหนาทในการรวบรวม ประเมนสถานการณ จดท ารายงานสถานการณ และวเคราะหสถานะ

ผบญชาการเหตการณ -เปนผรบผดชอบวางแผนดวยตนเอง

บทบาทหนาทหลกของกลมภารกจยทธศาสตร

1. เสนอกลยทธ มาตรการ เปาหมายในการตอบโตภาวะฉกเฉนแกผบญชาการเหตการณ 2. การจดท าแผนเผชญเหต (Incident Action Plan, IAP) 3. สนบสนนดานวชาการใหกบผปฏบตงานในระบบบญชาการณเหตการณ 4. ประเมนผลการด าเนนงานตามกลยทธ มาตรการ เปาหมาย เพอปรบปรงกลยทธ /มาตรการ

ใหเหมาะสมตามสถานการณ 5. จดสรปบทเรยนการด าเนนงาน (After Action Review, AAR) ในระยะฟนฟหลงเกดภาวะฉกเฉน 6. จดท าและน าแผนประคองกจการมาประยกตใชใหเหมาะสมกบสถานการณ

ระดบของแผน: แผนตอบโตภาวะฉกเฉนม 3 ระดบ

ระดบยทธศาสตร/กลยทธ (Strategic) เนนทเปาหมาย วตถประสงคของนโยบายและแนวทางโดยรวมขององคกร

เปาหมาย/จดสนสด

ระดบปฏบตการ (Operational) บทบาทและหนาทความรบผดชอบ ภารกจ การบรณาการ และการด าเนนการ

วตถประสงค

ระดบยทธวธ/กลวธ (Tactical) บคลากร เครองมอและอปกรณ การบรหารจดการทรพยากร และพนธกจ

กจกรรม

1. เสนอกลวธ มาตรการ เปาหมายในการตอบโตภาวะฉกเฉนแกผบญชาการเหตการณ การน าเสนอ กลวธ/มาตรการ ในการจดการสถานการณฉกเฉน นนๆ ใหกบ ผบญชาการเหตการณ

และคณะท างานตางๆ เพอใหด าเนนการควบคมสถานการณไดอยางครบถวน ถกตอง และเปนไปในทศทางเดยวกน

2. การจดท าแผนเผชญเหต (Incident Action Plan, IAP) ในทกๆเหตการณในระบบ ICS จะตองมการจดท าแผนเผชญเหตเพอตอบโตตอสถานการณทกครง โดยปกตแผนเผชญเหตนน ตองระบรายละเอยดส าคญประกอบดวย 1) วตถประสงคของเหตการณ (Incident Objectives) 2) รายละเอยดภารกจ และกจกรรมทตองด าเนนการ รวมถงผรบผดชอบ 3) ระยะเวลาในการปฏบตงาน (Operational Period)

“What Who How and what if”

บทบาทหนาทหลกของกลมภารกจยทธศาสตร

3. สนบสนนดานวชาการใหกบผปฏบตงานในระบบ ICS สนบสนนขอมลดานวชาการ ทมความจ าเปนตอการปฏบตงาน เปนขอมลสน กระชบ เขาใจงาย น าไปปฏบตได โดยครอบคลมทง 5 กลมโรคและภย

4. ประเมนผลการด าเนนงานตามกลวธ มาตรการ เปาหมาย เพอปรบปรงกลวธ/มาตรการใหเหมาะสมตามสถานการณ การตดตามและประเมนผล คอ กระบวนการในการสงเกตการณและบนทกกจกรรมในการปฏบตการของผมสวนรวมตามโครงสราง ICS และเพอสะทอนประสทธภาพการบรหารจดการสาธารณภย 1) ก าหนดกรอบวธการประเมนผล 2) สรปผลและรายงาน

5. จด After Action Review (AAR) ในระยะ Recovery เครองมอการสรปบทเรยน ทบทวนวตถประสงคและผลลพธของงาน

เรยนรกอนท า เรยนรหลงท า เรยนรระหวางท า

1) เปาหมายของงานนคออะไร ?

2) เปาหมายสวนใดทบรรลผลเกนความคาดหมาย เพราะอะไร?

3) เปาหมายสวนใดทบรรลผลนอย หรอไมบรรลผล เพราะเหตใด ?

4) สงทไดเรยนรจากงานนคออะไร ?

5) ถาจะมงานในลกษณะนอก จะท าอยางไรใหดกวาเดม ?

6. จดท าและน าแผนประคองกจการมาประยกตใชใหเหมาะสมกบสถานการณ

• หมายถง แผนงานทเปนลายลกษณอกษร โดยก าหนดขนตอนและวธการด าเนนการทชดเจน เพอรองรบหรอเรยกคนการด าเนนงานใหกลบสภาวะปกต จะเปนการสรางความมนใจวาการปฏบตงานปกตสามารถด าเนนงานไดอยางตอเนอง

• แผนประคองกจการตองครอบคลมทกภารกจงานทส าคญและจ าเปนในองคกร

องคประกอบของแผนประคองกจการ

1) ขนตอนรายละเอยดการด าเนนงาน

2) ทรพยากรทจ าเปนส าหรบปฏบตงาน

3) แผนการตดตอสอสารกบผเกยวของทงภายใน และภายนอกองคกร

4) แผนการจดตงศนยปฏบตงานส ารอง (Alternate Sites)

5) ความสอดคลองกบแผนปองกนและบรรเทาสาธารณภยแหงชาต

ค าถามและขอคดเหน

top related